ะ ฉันจะพาคุณไปพบประธานเสี้ย” ฟางหย่าสูดลมหายใจเข้าปอดหนึ่งเฮือก สุดท้ายก็ยอมลงให้หลิวเส้าฝู้
ถ้าปล่อยให้หลิวเส้าฝู้พูดพล่ามต่อไป คงจะก่นด่าเสี้ยเมิ่งเหยาซะไม่เหลือดี
พอเห็นฟางหย่ากับหลิวเส้าฝู้เดินไปทางลิฟท์ ทุกคนในห้องโถงพยายามใจจดใจจ่อเหมือนรอดูละคร มีเพียงเฉินเฟิงคนเดียวที่สีหน้าเย็นชาขั้นสุด
หลังจากสายตาเปล่งประกายเย็นชาขึ้นวูบหนึ่ง เฉินเฟิงรีบตามติดฟางหย่าและหลิวเส้าฝู้เข้าไปในลิฟท์
ฟางหย่าพึ่งก้าวเท้าเข้าไป ก็รู้สึกเจ็บที่ท้ายทอย จากนั้นก็ล้มลงสลบเหมือดไปเลย
พอเห็นฟางหย่าสลบลงกับพื้น หลิวเส้าฝู้ถึงได้สติว่าเกิดอะไรขึ้น เขาชี้หน้าเฉินเฟิงลนลานร้องว่า: “แก…แกทำอะไรน่ะ?!”
เฉินเฟิงยิ้มเย็นชา ไม่ได้พูดอะไรกับหลิวเส้าฝู้ เขาเดินไปยืนตรงหน้าหลิวเส้าฝู้ และยกมือขึ้นตบหน้าหลิวเส้าฝู้ฉาดใหญ่
“เพี๊ยะ”
เสียงตบหน้าฉาดใหญ่ดังขึ้นในลิฟท์
ตบฉาดใหญ่ของเฉินเฟิงทำหลิวเส้าฝู้หมุนคว้างกับที่ ฟันลอยออกจากปากเขาสองสามซี่
มีเสียงหึ่มๆในหัวดังขึ้น หลิวเส้าฝู้ถึงได้สติว่าเกิดอะไรขึ้น ดวงตาเขาแดงก่ำขึ้นทันที เหมือนมีเปลวไฟแห่งความโกรธลุกโพลงในอก เขากัดฟันกรอดมองเฉินเฟิง: “แก…แกกล้าตบฉัน?! แกรู้ไหมว่าพ่อฉัน…”
“เพี๊ยะ”
หลิวเส้าฝู้ยังไม่ทันพูดอะไรมาก เฉินเฟิงก็ยิ้มเย็นและสะบัดมือตบหน้าอีกข้างของหลิวเส้าฝู้เข้าให้อีกฉาด
โดนตบสองทีรวด หลิวเส้าฝู้รู้สึกเหมือนตัวเองใกล้บ้าเต็มทน
เจ้าบ้านี่ใครกัน?
เจ้านี่ไม่รู