เหม่ยกรุ๊ป ถึงเขาจะไม่มีตำแหน่งหน้าที่อะไรในบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป แต่ถ้านับฐานะแล้ว เขายังสูงกว่าเสี้ยเมิ่งเหยาไม่รู้กี่เท่า
เสี้ยเมิ่งเหยาให้พวกเขาสกัดคนแบบนี้ไว้ด้านนอก นี่มันจงใจแกล้งพวกเขานี่นา?
สุดท้าย ทุกคนก็ทำได้แค่ปล่อยหลิวเส้าฝู้เข้าไปในบริษัท
แต่หลิวเส้าฝู้พึ่งเดินเข้าไปได้ไม่กี่ก้าว สาวสวยขายาวใส่รองเท้าส้นสูงพร้อมถุงน่องดำคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา
“คุณชายหลิว ลมอะไรพัดคุณมาคะเนี่ย?” สาวสวยขายาวเดินนวยนาดมายืนหน้าหลิวเส้าฝู้ และขวางทางเขาอย่างเนียนๆ
“แหะๆ ฟางหย่า จะมาตีเนียนอะไรกับพี่ล่ะ พี่จะโดนลมอะไรพัดมาได้ นางจิ้งจอกอย่างเราจะไม่รู้หรอ?” หลิวเส้าฝู้ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย สายตามองจ้องไปที่หน้าอกฟางหย่าอย่างไม่เกรงกลัว สายตานั่นเหมือนกับจะกลืนกินฟางหย่าลงไปทั้งตัวก็ไม่ปาน
ดวงตางามของฟางหย่าวาบประกายรังเกียจขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่สีหน้ายังคงยิ้มอ่อนหวานพลางว่า: “คุณชายหลิว ดูพูดเข้าสิ ฟางหย่าไม่ใช่พยาธิในท้องคุณซะหน่อย คุณคิดอะไรอยู่ ฟางหย่าจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ?”
“แหะๆ แอ๊บ แรดอย่างเธอนี่ยังมีหน้ามาแอ๊บใส่ฉันอีก เมื่อคืนพี่พึ่งโทรหาเธอ ให้เธอบอกประธานเสี้ยไว้ว่า วันนี้พี่จะมารับเขาที่บริษัท ตอนนี้กลับมาบอกว่า เธอไม่รู้ว่าในใจพี่คิดอะไร? เธอไม่รู้จริงๆ พี่ไม่ซีเรียสที่จะบอกเธออีกรอบนะ” รอยยิ้มบนใบหน้าหลิวเส้าฝู้เริ่มเจ้าเล่ห์ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงใบหน้างดงามร่างอรชรของเสี้ยเมิ่ง