เหยาแล้ว ท้องน้อยของเขาก็มีเหมือนความร้อนที่หยุดไม่อยู่ขึ้นมา
พอเห็นรอยยิ้มลามกบนใบหน้าที่ขาวซีดซะเหมือนผีตายซากของหลิวเส้าฝู้ ฟางหย่าแทบอาเจียน แต่ยังคงยิ้มอย่างนอบน้อมพูดต่อว่า: “คุณชายหลิว ล้อเล่นแล้วค่ะ”
“ถ้าคุณหมายถึงเรื่องนี้ งั้นวันนี้คุณคงมาเสียเที่ยวแล้วล่ะ ประธานเสี้ยเธอไม่ได้อยู่บริษัทค่ะ”
“ไม่อยู่บริษัท? ไปไหนล่ะ?” หลิวเส้าฝู้หรี่ตามอง วาบประกายตาอาฆาตขึ้นวูบหนึ่ง
เหมือนรู้อยู่ก่อนแล้วว่าหลิวเส้าฝู้จะถามแบบนี้ ฟางหย่าหัวเราะเบาๆพลางว่า: “ประธานเสี้ยไปยันเจียงประชุมเรื่องภายในของเครือบริษัทค่ะ….”
“เพี๊ยะ!”
ฟางหย่ายังพูดไม่ทันจบ หลิวเส้าฝู้ก็ตบหน้าเธอเข้าให้
ตบเต็มๆฉาดนี้ทำให้ใบหน้างามของฟางหย่าปรากฏรอยนิ้วมือขึ้นมาห้านิ้ว
หลิวเส้าฝู้ยิ้มสบถ: “นังแพศยา แกคิดว่าฉันโง่หรือไง?”
“แกพูดอะไร? ฉันก็เชื่องั้นสิ?!”
ฟางหย่ายังมึนงงจากตบนี้ สักพักเธอได้สติกลับมาว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยกมือกุมแกม พูดอย่างมีน้ำตาคลอว่า: “คุณชายหลิว ฉันไม่ได้หลอกคุณนะคะ ประธานเสี้ยเธอไปประชุมที่ยันเจียงจริงๆ พึ่งขึ้นเครื่องเมื่อคืนนี้เอง”
“นังแพศยานี่ ยังกล้าหลอกฉัน!”
“เพี๊ยะ”
หลิวเส้าฝู้พูดพลางสะบัดมือตบฉาดที่สองเข้าหน้าฟางหย่าอีกที
“นังแพศยา ก่อนฉันมาที่นี่ สอบถามเลขาพ่อฉันเรียบร้อยแล้ว เขาบอกว่าหลายวันนี้ที่ยันเจียงไม่มีการประชุมอะไรทั้งนั้น!”
“แถมถ้าจะประชุมจริง นังแรดอย่างแกในฐานะเลขาเสี้ยเมิ่งเหยา จะ