ล้ว โดยเฉพาะในที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้
พอทานข้าวเสร็จ เฉินเฟิงก็ออกจากบ้านหวาง
ตอนกำลังจะออกไป ก็มีรถแท็กซี่แล่นเข้ามา
เฉินเฟิงกวักมือเรียกให้รถแท็กซี่หยุดลง เฉินเฟิงก้าวขึ้นไปนั่งที่นั่งด้านหลัง
“ไปโรงแรมจิ่นไท่ครับ”
“ได้เลย นั่งดีๆนะ”
คนขับหันมายิ้มอย่างใจดี และเหยียบคันเร่งพารถแท็กซี่สีฟ้าออกไป
เฉินเฟิงนั่งหรี่ตาลง กะจะพักงีบซักหน่อย
สิบกว่านาทีผ่านไป การกระตุกอย่างรุนแรงทำให้เฉินเฟิงตื่น
เขาลืมตาขึ้น และมองไปนอกหน้าต่าง พบว่าข้างนอกมืดสนิท อย่าว่าแต่ไฟถนนเลย โคมไฟสักดวงก็ไม่มี
เห็นได้ชัดว่า นี่ไม่ใช่ทางกลับโรงแรมจิ่นไท่ แต่เป็นทางขับออกนอกเมือง
ไม่งั้นไม่มีแม้แต่เงาคนบนถนนซักคนหรอก
“ตื่นแล้วหรอ?”
คนขับรถคอยสังเกตเฉินเฟิงผ่านทางกระจกหลังเสมอ พอเห็นเฉินเฟิงตื่น เขาก็ถามขึ้นยิ้มๆว่า
“ครับ ตื่นแล้ว” เฉินเฟิงยิ้มน้อยๆ
“นายดูเหมือน…ไม่กลัวเลย?” คนขับรถที่ใส่หมวกปากเป็ดขมวดคิ้วสงสัย เฉินเฟิงพบว่านี่ไม่ใช่ทางไปโรงแรมจิ่นไท่แล้ว ทำไมยังนิ่งขนาดนี้?
“กลัว?” เฉินเฟิงยิ้มมุมปาก: “ทำไมผมต้องกลัวด้วย?”
“คนที่ต้องกลัวเป็นพวกคุณมากกว่า”
“พวกเรา?” คนขับโกรธจนหัวเราะ สมองเจ้าเด็กนี่น้ำเข้าหรือพังไปแล้วหรือไง?
“อีกกี่นาทีถึงล่ะ?” เฉินเฟิงเอนหลังพิงเบาะถามอย่างเกียจคร้าน
“ถามทำไม? จะรีบไปตายหรือไงหะ?” น้ำเสียงคนขับเริ่มไม่พอใจขึ้นมา
“ไปตาย?” เฉินเฟิงแค่นยิ้ม: “คุณคิดมากไปแล้วล่ะ”
“ผมแค่อยากจัดการพวก