ลังโดนถีบกระเด็นลอยไปสิบกว่าเมตร กว่าจะไปกระแทกเข้ากับกำแพงโรงงาน
ซี๊ด!
ลูกน้องเจ็ดแปดคนนั้นสะท้านเยือกในอก รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ตอนนี้เฉินเฟิงลงจากรถอย่างเนิบช้า กวาดตามองทุกคนที่ยืนตะลึง เฉินเฟิงพูดยิ้มๆว่า: “ขอโทษด้วยนะ ตอนเปิดประตูกะแรงผิดไปหน่อย ใช้แรงมากไปหน่อย”
ใช้แรงมากไปหน่อย?
นี่มันใช่แค่ใช้แรงมากไปหน่อยหรือไง?
ชายหนุ่มเจ็ดแปดคนไม่รู้จะใช้คำไหนมาบรรยายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ดี พวกเขาแค่อยากร้องไห้
เห็นหลายคนขาสั่น ไม่กล้าพูดอะไร เฉินเฟิงอดผิดหวังไม่ได้
ทำไมหงอแบบนี้ล่ะ?
เฉินเฟิงถอนหายใจยาว: “พูดสั้นๆละกันนะ ผมรู้ว่าเพิ้งเย้นฟางให้พวกคุณมา”
“เธอคงอยากให้พวกคุณสั่งสอนผมซักยก จากนั้นก็เรียกร้องเงินจากตัวผม”
หนุ่มหัวทองหัวโจกกับหนุ่มหมวกปากเป็ดเบิกตากว้าง เจ้านี่เป็นปีศาจหรือไง ทำไมรู้หมดเลยว่าเพิ้งเย้นฟางพูดอะไรบ้าง?
“เพิ้งเย้นฟางเป็นอะไรกับคุณ?” เฉินเฟิงมองชายหนุ่มหัวทองหนึ่งที นายคนนี้ดูจะเป็นหัวโจก
“ฉัน…ฉันไม่…” หนุ่มหัวทองขยับปาก อยากปฏิเสธออกไป แต่ยังพูดไม่ทันจบ เฉินเฟิงตัดบทยิ้มๆขึ้นว่า: “คิดให้ดีก่อนพูดครับ คุณมีแค่โอกาสเดียว”
“เป็นน้าฉัน!” หนุ่มหัวทองแทบจะโพล่งออกมา ไม่กล้าปิดบังอะไรอีก
“ที่แท้ก็เป็นหลานชายเพิ้งเย้นฟาง” เฉินเฟิงพยักหน้าเข้าใจ
“วันนี้ผมอารมณ์ดี ไม่จัดการพวกคุณละกัน กลับไปบอกเพิ้งเย้นฟาง มีครั้งแรกครั้งที่สอง แต่จะไม่มีครั้งที่สามหรือสี่แน่! ที่ก่