ก
“มีคนบังคับพวกอา?” สายตาเฉินเฟิงวาบประกายเย็นชาขึ้นวูบหนึ่ง
“อืม” หวางหงอี้พยักหน้า
“ใครกัน?”
“วังตุงหยาง” หวางหงอี้พูดออกมาสามคำ
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว วังตุงหยาง…ใครกัน?
“ชื่อวังตุงหยางเราอาจจะไม่เคยได้ยิน”
“แต่ชื่อปู่เขา เราต้องเคยได้ยินแน่” หวางหงอี้ถอนหายใจพลางว่า
เฉินเฟิงคิ้วกระตุก แซ่วัง แถมรู้จักกันทั่ว คงจะเป็น…
“วังโฉงหยาง!” เฉินเฟิงเงยหน้าขึ้นอย่างไว อดสูดลมหายใจซี๊ดเข้าปอดไม่ได้ เสี้ยเว่ยกั๋วกับหวางหงอี้ทำไมถึงไปหาเรื่องคนแบบนี้ได้?!
เหมือนจะรู้ว่าเฉินเฟิงคิดอะไรอยู่ หวางหงอี้ถอนหายใจยาวอีก: “ ที่จริงฉันกับเหล่าเสี้ยไม่ได้อยากหรอก แต่ตอนนั้นพวกเราทำธุรกิจทางทะเล ยังไงก็ต้องเจอบ้านวังอยู่ดี”
เฉินเฟิงพยักหน้า บ้านวังเป็นเจ้าครองทะเลมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หวาเซี่ยมีบริษัทชิปปิ้งเรือกว่าครึ่ง ล้วนเป็นเครือของบ้านวังทั้งนั้น
นอกจากเรือชิปปิ้งแล้ว ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศของหวาเซี่ย บ้านวังก็มีส่วนเอี่ยวด้วย เรียกได้ว่า ธุรกิจอะไรก็ตามที่เกี่ยวพันกับทะเล หนีบ้านวังไม่พ้นหรอก
หวางหงอี้กับเสี้ยเว่ยกั๋วตอนนั้นน่าจะทำธุรกิจการค้าทางทะเล และธุรกิจทางทะเลเป็นธุรกิจแต่ดั้งเดิมของบ้านวังอยู่แล้ว คนปกติอยากมีส่วนเอี่ยวด้วยต้องถามความเห็นบ้านวังก่อนเสมอ
“ตอนนั้นอากับเหล่าเสี้ยพึ่งมาจงไห่ ยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่เท่าไหร่ พอได้ยินว่าธุรกิจทางทะเลทำได้ง่าย อากับเหล่าเสี้ยเลยซื้อเรือมาลำหนึ่งกะจะทำ