ี้หวางหงอี้พักฟื้นดีขึ้นไม่น้อย
เฉินเฟิงนั่งลงเสร็จ หวางหงอี้หยิบตะเกียบขึ้น พูดเสียงกลั้วหัวเราะ: “ในเมื่อเสี่ยวเฟิงมาแล้ว งั้นเราเริ่มกินกันได้เลย”
“ก่อนกินข้าว มีข่าวดีจะบอกทุกคนหน่อย เชื่อว่าทุกคนรู้กันก่อนแล้วถึงเนื้อหาข่าว แต่พ่อก็ยังอยากพูดที่นี่อีกครั้ง”
“ก็คือ เสี่ยวเฟิงพึ่งเข้าทำงานที่บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปได้วันแรก ก็ช่วยบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปเซ็นสัญญามูลค่ากว่าสิบล้านมาได้ ค่าคอมมิชชั่นของออเดอร์นี้…คือแปดแสน!”
หวางหงอี้พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแก้มแดงเรื่อ แปดแสน นี่เป็นกำไรเดือนหนึ่งของบริษัทการค้าเขาเลย แต่พอเฉินเฟิงลงมือ วันเดียวก็ได้มาแล้ว ดังนั้นหวางหงอี้เลยดีใจ และรู้สึกว่าตอนแรกตนมองคนไม่ผิดจริงๆ
เฉินเฟิงมีความสามารถจริงๆ
เทียบกับใบหน้าแดงเรื่อสดใสของหวางหงอี้แล้ว หลี่สื้อผิงกลับดูฝืนยิ้ม และยังแฝงความโกรธแค้นไว้ลึกๆด้วย ความแค้นที่เฉินเฟิงหักหน้าเขาต่อหน้าคนทั้งบริษัทยังไม่ได้ชำระเลย
“ค่าคอมแปดแสน เยอะจริงนะ” น้ำเสียงเพิ้งเย้นฟางดูประชดประชันไม่เปลี่ยน เธอยังคงดูถูกเฉินเฟิงไม่เปลี่ยนแปลง ในสายตาเธอ การที่เฉินเฟิงดิลออเดอร์ใหญ่แบบนั้นมาได้ เพราะโชคดีน่ะแหละ ไม่เกี่ยวอะไรกับความสามารถเลย
“ก็มากอยู่ครับ” เฉินเฟิงยิ้มเนิบๆ ในใจเพิ้งเย้นฟางคิดอะไร เขารู้ดี แต่ให้ถือสาคนคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ เฉินเฟิงขี้เกียจทำ
พอเห็นเพิ้งเย้นฟางยังประชดเฉินเฟิงไม่เลิก หวางหงอี้รีบยกแก้วเหล้าในม