ากันหมดนี่!” เพิ้งเย้นฟางโพล่งด่าออกมา
หวางหงอี้คิ้วขมวด: “เย้นฟาง เสี่ยวเฟิงไม่ใช่คนแบบนั้น เขาอาจมีเรื่องยุ่งต้องไปทำก่อน เลยไม่ได้นั่งรถสื้อผิงมา”
“พนักงานฝ่ายขายตัวเล็กๆอย่างเขามีเรื่องอะไรต้องยุ่งกัน? เขาจะยุ่งแค่ไหน จะยุ่งไปกว่าผู้จัดการฝ่ายขายอย่างสื้อผิงหรือไง?”
“สื้อผิงมาได้ ทำไมเขามาไม่ได้?”
“ฉันว่าเขาไม่อยากมาบ้านเรา ไม่อยากไว้หน้าคุณมากกว่า” เพิ้งเย้นฟางยุแยงตะแคงรั่วรัวๆ
หวางหงอี้ขมวดคิ้วแน่นขึ้น สัมผัสที่หกบอกเขาว่า เฉินเฟิงไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ตอนนั้นทุกคนต่างพากันไม่พอใจเฉินเฟิง ทำให้เขาอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
ตอนนี้เอง เฉินเฟิงเข้ามาในห้องรับแขก
“ขอโทษครับ พอดีรถติด ทำให้ทุกคนต้องรอกัน” เฉินเฟิงเอ่ยปากขอโทษ รถแท็กซี่เขานั่งมาติดอยู่บนทางด่วนครึ่งชม. เขาเลยมาสายขนาดนี้ ถึงเรื่องนี้เขาไม่ผิด แต่มาสายมันคือเรื่องจริง
“รถติด? ฉันว่านายไม่อยากมาบ้านเรามากกว่า” เพิ้งเย้นฟางแค่นเสียงหึ จากนั้นประชดประชันเฉินเฟิง ถ้าไม่ใช่เพราะหวางหงอี้อยู่ที่นี่ เธอคิดจะไล่เฉินเฟิงออกไปเลยด้วยซ้ำ
“เย้นฟาง!” หวางหงอี้ถลึงตาใส่เพิ้งเย้นฟาง น้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ คนมาแล้ว ยังจะพูดกันอีกทำไม
เขาเบนสายตามาที่เฉินเฟิง สีหน้าหวางหงอี้อาบรอยยิ้ม: “เสี่ยวเฟิง มานั่งก่อนสิ ขาดเราคนเดียวแล้วนะ”
“ครับ คุณอาหวาง” เฉินเฟิงยิ้มน้อยๆ มาเจอหวางหงอี้คราวนี้ สีหน้าหวางหงอี้ดูดีกว่าครั้งก่อนมาก เห็นได้ชัดว่า หลายวันน