วรั่วถาม
“คุณยังจำคำที่ผมพูดที่ฮงเยคลับได้ไหม?” เฉินเฟิงยิ้มน้อยๆ
“อะไร?” เซียวรั่วถามอึ้งๆ
“ผมอยากไป ใครก็ห้ามผมไม่อยู่”
เซียวรั่วสะอึก เฉินเฟิงเคยพูดแบบนี้จริง แต่ตอนนั้นเธอคิดว่าเฉินเฟิงคุยโว ตอนนี้ดูท่าเธอจะมองเขาพลาดไป
“ดังนั้นอย่าว่าแต่ฮงเยคลับเป็นของอาเขาเลย ต่อให้ทั่วทั้งจงไห่เป็นของอาเขา วันนี้ผมก็เดินออกมาจากที่นั่นได้” เฉินเฟิงยิ้มน้อยๆ พูดจบก็หมุนตัวเดินไป
“คุยโม้” เซียวรั่วเบ้ปากอยู่ที่เดิม บ่นพึมพำเสียงเบา เธอรู้สึกว่าการที่เฉินเฟิงเดินออกมาจากที่นั่นได้เพราะพึ่งพาสือโพ่จุน เทียบกับเฉินเฟิงแล้ว เธอกลับรู้สึกว่า สือโพ่จุนดูเหมือนมีฐานะไม่ธรรมดา
คำพูดที่สือโพ่จุนสั่งสอนอู่จื้อเคอ ไม่ใช่คนธรรมดาที่ไหนจะพูดได้
“จริงสิ คุณจะไปที่ไหนล่ะ? ผมจะให้พี่สือส่งคุณไปละกัน” เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เฉินเฟิงนึกขึ้นได้ว่า จะทิ้งสาวน้อยบอบบางอย่างเซียวรั่วไว้ที่นี่คนเดียวมันไม่ดี เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว แถมเซียวรั่วยังดื่มเหล้ามาอีก ทิ้งเธอไว้ที่นี่เท่ากับเปิดโอกาสให้คนเลวบางคน
“ฉันอยากกลับไป…ตายล่ะ!” พูดได้ครึ่งเดียว เซียวรั่วอุทานหน้าซีดเผือด
“ทำไมหรอ?” เฉินเฟิงถาม
เซียวรั่วพูดด้วยสีหน้าร้อนรน: “วันนี้มีกิลล์ PK ฉันลืมไปซะสนิทเลย!”
“เดิมคิดว่าดื่มเหล้ากับหวั่นชีวเสร็จแล้ว จะกลับไปไลฟ์สดที่มหาลัยแน่ แต่ระหว่างทางกลับโดนพวกอู่จื้อเคอกับหลิวคุนทำเสียเวลาซะงั้น”
ไลฟ์สด? กิลล์ PK?
เฉินเฟิงงงมา