เฉินเฟิงบอกไม่ได้เรียกตำรวจมา เซียวรั่วร้อนรนขึ้นมาทันที ไม่เรียกตำรวจมาแล้วนายมาทำไมเนี่ย?
ลุยเดี่ยวมาเอาคนคืนหรอ?
นายจะเอาอะไรมาสู้กับหลิวคุนและอู่จื้อเคอ?
เอาแค่ชายหนุ่มเจ็ดแปดคนในห้องวีไอพีนี้ก็ทำเฉินเฟิงคางเหลืองได้แล้ว ยังไม่นับการ์ดของคลับอีก
ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น พ่อของอู่จื้อเคออาจจะออกโรงก็ได้
ถึงเวลานั้น เฉินเฟิงจะเอาอะไรมาสู้?!
ทำไมโง่แบบนี้นะ?! เซียวรั่วอดโมโหไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าเฉินเฟิงที่เธอฝากความหวังทั้งหมดไว้จะโง่ขนาดนี้!
“ทำไมนายไม่เรียกตำรวจมาด้วย? นายรู้ไหมว่าหลิวคุนกับอู่จื้อเคอน่ะทำอะไรหา?!”
“ไม่ได้เรียกตำรวจมา อย่าว่าแต่ช่วยหวั่นชีวเลย นายเองก็ไม่รอด!” เซียวรั่วโกรธแทบบ้าแล้ว
ถ้าตอนแรกเฉินเฟิงมาพูดเกลี้ยกล่อมหลิวคุนกับอู่จื้อเคอดีๆ บางทีอาจยังพอมีหวัง แต่นี่เฉินเฟิงเล่นถีบกระแทกประตูกระเด็นเลย
เล่นหักหน้าหลิวคุนแบบนี้ คราวนี้หลิวคุนจะยอมละเว้นเขาหรือไง?
“ผมอยากไป ไม่มีใครกล้าขวางหรอก” น้ำเสียงเฉินเฟิงเรียบเฉยเหมือนปกติ ตอนเข้ามาเขาเห็นว่า เจ้าของงานวันนี้คือชายหนุ่มที่นั่งจิบไวน์และชายหนุ่มหน้าดำทะมึนนั่น
ทั้งการแต่งตัวและออร่าของทั้งคู่ไม่ธรรมดาจริงๆ
แต่คำว่าไม่ธรรมดานี้มีผลกับนักเรียนอย่างเซียวรั่วเท่านั้น
ต่อหน้าเฉินเฟิง ทั้งคู่ยังห่างชั้นนัก!
“คุณ…”
“มันน่าโมโหนัก!” เซียวรั่วโกรธกระทืบเท้า ตอนนี้เธอเสียใจที่เอาโอกาสเดียวในการโทรขอความช่วยเหลือไปโทรหาเฉินเ