ฟิง ตอนแรกเธอควรโทรแจ้งความเอง ไม่ใช่ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ตัวเฉินเฟิง
“คุณอาฝีมือไม่เลวเลยนี่ ลองสู้กันหน่อยไหม?” คราวนี้อู่จื้อเคอยิ้มฮี่ๆเดินมายืนหน้าสือโพ่จุน
ท่าสือโพ่จุนเมื่อกี้สะกดชายหนุ่มคนอื่นในห้องนี้ไว้หมดแล้ว ดังนั้นพี่ใหญ่อย่างเขาเลยต้องออกหน้าแทน
สือโพ่จุนเหล่อู่จื้อเคอ แต่ไม่พูดอะไร ซึ่งแววตาดูถูกนั่นไม่ปิดบังเลยสักนิด
ให้แปลออกมาคือ นายไม่คู่ควร
อู่จื้อเคอสีหน้าเย็นชาฉับพลัน: “คุณอา อานี่กล้ามากเลยนะ”
“กล้า?” สือโพ่จุนหันมายิ้มหยันให้อีก เขามองอู่จื้อเคอพลางว่า: “เด็กน้อย นายรู้จักว่าอะไรเรียกกล้าไหม?”
อู่จื้อเคอแค่นเสียงหึ: “ไม่รู้ครับ ถ้าอารู้ ก็อธิบายให้ผมฟังหน่อยสิ”
“ได้” สือโพ่จุนหัวเราะ “ผมจะอธิบายให้นายฟัง จะได้เพิ่มความรู้หน่อย”
“สำหรับผม คนที่ควรค่าแก่คำว่ากล้าน่ะมีแค่คนชนิดเดียว พวกเขาปกติไม่คุยโวโอ้อวด ทำตัวเหมือนคนธรรมดา เดินเข้าไปกลมกลืนอยู่ในฝูงคนธรรมดาได้สบาย”
“แต่เมื่อประเทศชาติต้องการ พวกเขาจะยืดอก พุ่งตัวไปชายแดนสู้รบศัตรูผู้รุกรานทันที ใช้ความสามารถที่มีในมือต่อสู้พิทักษ์ประเทศชาติ”
“พวกเขาป้องกันศัตรูภายนอกที่มารุกราน พวกเขาเสียเลือดเสียเนื้อในดินแดนของศัตรู ปืนในมือพวกเขามีไว้ฆ่าศัตรู ไม่เคยหันมาที่พวกเดียวกันเลย”
“คนชนิดนี้ในสายตาผมถึงคู่ควรกับคำว่ากล้า!”
พอสือโพ่จุนพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบกริบ บางคนยังรู้สึกซาบซึ้งฮึกเหินตามด้วยซ้ำ
อู่จื้อเคอกล