ับหน้าแดงก่ำ สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยว ไม่ต้องสงสัยเลย สือโพ่จุนพูดออกมาแบบนี้เพื่อประชดเขา สือโพ่จุนมองแวบเดียวก็รู้ว่าเขาเคยเป็นทหารมาก่อน
“เหอะๆ ขยะแบบนายที่รังแกผู้หญิงกลางวันแสกๆ มุดหัวอยู่ในกะลาของตัวเองเนี่ยยังรู้จักอายอีกหรือไง?” เห็นอู่จื้อเคอหน้าแดงเหมือนก้นลิงแล้ว สือโพ่จุนอดแค่นเสียงหัวเราะไม่ได้
“แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ!”
อู่จื้อเคอตาแดงก่ำ หน้าอกพองลง เห็นได้ชัดว่าโกรธถึงขีดสุด
“หุบปาก? ถ้าผมไม่หุบล่ะ?” สือโพ่จุนหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างเขา เขาเป็นจอมยุทธ์ แถมยังเป็นคนของสหพันธ์สงคราม ดังนั้นในสถานการณ์ปกติแล้วเขาจะไม่ลงมือกับคนธรรมดา ปกติไม่ลงมือไม่ได้แปลว่าลงมือไม่ได้!
อู่จื้อเคอท้าทายเขาแบบนี้ ถ้าเขาจะตอบโต้จริง คนอื่นก็ไม่กล้าว่าอะไร
“อ๊า!”
อู่จื้อเคอคำรามอย่างโกรธจัด และทำท่าออกหมัด
ตอนนี้เองหลิวคุนกลับเดินออกมาหยุดหมัดของอู่จื้อเคอไว้แผ่วเบา พูดเสียงต่ำว่า: “จื้อเคอ มีมารยาทกับคุณอาหน่อย”
“พี่คุน!” อู่จื้อเคอมองหน้าหลิวคุนอย่างไม่เข้าใจ แต่พอสบตาที่เคร่งเครียดและถะลึงใส่เขาเป็นเชิงเตือนของหลิวคุน อู่จื้อเคอก็กระตุกฉับพลัน ดึงหมัดกลับทันที หันไปขอโทษเสียงต่ำว่า: “คุณอา ขอโทษครับ เมื่อกี้ผมวู่วามไปหน่อย”
สือโพ่จุนไม่ได้สนใจอู่จื้อเคอ แต่เหล่หลิวคุนหนึ่งที พลางแค่นเสียงหึ การตักเตือนชัดในความหมาย
เห็นได้ชัดว่า หลิวคุนดูออกว่าฐานะเขาไม่ธรรมดา เลยห้ามปรามอู่จื้อ