้าวเท้าเข้าไปอย่างจริงจังแล้ว อาจจะเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองตอนต้นก็ได้”
คำพูดของเฉินเฟิงเหมือนสาดน้ำเย็นในเจียงหยู่ถิงก็ไม่ปาน แต่เธอรู้ดีว่า เฉินเฟิงหวังดีกับเธอ
เพราะเธอเห็นแต่ด้านที่สวยงามของวงการศิลปะการต่อสู้ และไม่ได้เข้าถึงด้านที่ดำมืดของวงการนี้
“อนาคตจะเสียใจไหมฉันไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีทางเสียใจแน่” เจียงหยู่ถิงยิ้มหวานให้ ก่อนฟังเจ้าสามหวงพูดเรื่องวงการศิลปะการต่อสู้ เธอยังลังเลอยู่บ้าง แต่พอฟังเสร็จ เธอก็ไม่เหลือความลังเลใจใดๆอีกเลย
เธอจะต้องไปดูโลกที่กว้างใหญ่และตื่นเต้นนั่นให้ได้
เธอจะต้องไปทำความรู้จักกับท่าทีสะท้านโลกของเก้าปรมาจารย์ให้ได้!
“ไม่เสียใจก็ดีแล้ว” เฉินเฟิงหัวเราะ ที่จริงกว่าเจียงหยู่ถิงจะได้เป็นจอมยุทธ์ยังเหลือทางอีกยาวไกลต้องเดิน คำพูดในวันนี้สำหรับเธอแล้วก็คือการเตือนใจไว้ก่อนเท่านั้น
บางทีอาจเป็นไปได้มากว่า คำพูดพวกนี้เธออาจไม่ต้องใช้ตลอดชาติเลยก็ได้
เขากำชับเจียงหยู่ถิงอีกหลายคำ สีหน้าเคร่งเครียดของสือโพ่จุนดึงเฉินเฟิงเข้าหาเขา
“เฉินเฟิง มีข่าวนึง ผมคิดว่าควรจะต้องบอกคุณสักหน่อย”
“พี่สือพูดเลย” เฉินเฟิงเครียดขึ้นมา สีหน้าสือโพ่จุนเคร่งเครียดขนาดนี้ ข่าวที่เขาว่าคงไม่ใช่ข่าวดีอะไรแน่
สือโพ่จุนสูดลมหายใจเข้าปอด พูดเสียงขรึมว่า: “ศิษย์คนสุดท้องเจ้าสำนักเสินมาถึงจงไห่แล้ว”
“ศิษย์คนสุดท้องเจ้าสำนักเสิน?!” เฉินเฟิงหรี่ตาลง อดรู้สึกตกใจไม่ได้: “เขาทำ