มัน ผมจะให้มันไปโรงพยาบาลตุงถิงหรอ? เขาไม่ไปโรงพยาบาลตุงถิง เขาจะได้ออเดอร์มาหรอ?” หลี่สื้อผิงมองอย่างโกรธๆ เดิมเขาก็โมโหอยู่แล้ว พอหวังซือหยวนมาแหวใส่ เหมือนราดน้ำมันลงไฟมา จุดประกายโกรธของเขามากไปกว่าเดิมอีก ทำเขาเหมือนโดนกองไฟสุมอยู่
“ไม่ใช่ หลี่สื้อผิง คุณจะบอกว่าเป็นความผิดฉันงั้นหรอ?” หวังซือหยวนเบิกตากว้าง สีหน้าเหลือเชื่อ เธอไม่คิดว่า หลี่สื้อผิงจะโทษว่าเป็นความผิดของเธอ
“ไม่ใช่ความผิดคุณ งั้นความผิดผมหรือไง?!”
หลี่สื้อผิงตะคอกอย่างโกรธจัด
หวังซือหยวนปรี๊ดแตก ชี้หน้าด่าหลี่สื้อผิง: “หลี่สื้อผิง คุณจะหน้าด้านไปไหนหา?!”
“งั้นค่าคอมสามเปอร์เซ็นต์ คุณเป็นคนให้มันนะ ไม่ใช่ฉันให้ซะหน่อย จะมาว่าเป็นความผิดของฉันได้ยังไงหา?!”
“ยัยโง่!” หลี่สื้อผิงกัดฟันด่าพรวด: “ถ้าผมไม่ให้ค่าคอมสามเปอร์เซ็นต์กับมัน ตำแหน่งผู้จัดการตอนนี้ก็ไม่เหลือแล้ว!”
“คุณว่าค่าคอมสามเปอร์เซ็นต์สำคัญหรือ ตำแหน่งผู้จัดการสำคัญกว่ากันหะ?”
หวังซือหยวนหน้าแดงสลับเขียว โดนหลี่สื้อผิงด่าเข้าให้แบบนี้ ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้
ที่จริงหลี่สื้อผิงทำถูกแล้ว ดูจากนิสัยไม่ยอมคนของเฉินเฟิง ถ้าหลี่สื้อผิงไม่เพิ่มค่าคอมสามเปอร์เซ็นต์นั่นให้ เฉินเฟิงคงโพนทะนาเรื่องนี้ให้ผู้บริหารระดับสูงรู้แน่
“สื้อผิง ขอ…ขอโทษ ฉันลืมคิดไป” หวังซือหยวนกัดปากทำเสียงอ่อนขอโทษ เมื่อกี้เธอผิดเอง โดนความอิจฉาริษยากดทับสติไว้ ลืมนิสัยไม่ยอมคนของเฉินเฟิงไป