ในขณะเดียวกันกับที่จีสงอิง ‘โชคดีพบพานวาสนา’ ลวี่หยางก็ได้เดินทางมาถึงนครเทียนจิง เขตที่รุ่งเรืองที่สุด และเป็นสถานที่ที่มีผู้ฝึกยุทธ์ชุมนุมอยู่มากที่สุด
สำนักศึกษาเฮ่าหราน
สถานที่แห่งนี้ครอบครองคัมภีร์สวรรค์หนึ่งม้วน อีกทั้งยังได้เบิกขั้นที่สี่ของวิถียุทธ์ขึ้นมา ปัจจุบันได้เลื่องลือจนแซงหน้าเต๋าและพุทธ กลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของวิถียุทธ์โดยแท้
แต่สิ่งอันน่าประหลาดคือ นับแต่ก้าวพ้นขั้นที่สี่และเผยแพร่แนวทางสู่ทั่วแผ่นดินแล้ว เจ้าสำนักของสำนักศึกษาเฮ่าหราน ‘บัณฑิตใจนักปราชญ์’ หวังโป๋หยวน กลับค่อยๆ ซ่อนกาย ไม่ปรากฏตัว ยิ่งนานวันยิ่งเก็บตัว จนบัดนี้แม้แต่ผู้บริหารชั้นสูงของสำนักศึกษาก็ยากที่จะได้พบหน้า
“ช่างเป็นดินแดนที่ฮวงจุ้ยดีเสียจริง”
เพื่อมิให้ผู้ใดสังเกตเห็น ลวี่หยางในยามนี้ได้สลายร่างกาย แปรเป็นลมปราณไร้รูป กวาดตามองไปทั่วสำนักศึกษาเฮ่าหรานอย่างเพลิดเพลินใจ
ในสายตาของเขา สำนักศึกษาแห่งนี้สมควรเรียกได้ว่าดินแดนที่รวมไว้ซึ่งยอดคนและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
ทั่วทั้งนครเทียนจิง มีเพียงสถานที่แห่งนี้เท่านั้นที่พลังปราณวิญญาณเอ่อล้น แม้แต่คนธรรมดา หากได้อ่านตำราเล่าเรียนอยู่ที่นี่ต่อเนื่องหลายปี ก็ย่อมบังเกิดความฉลาดลึกซึ้ง ความคิดพลิกแพลงขึ้นมาได้บ้าง
และสิ่งที่ประเสริฐยิ่งกว่านั้นคือ ทั้งหมดนี้มิใช่ความบังเกิดโดยธรรมชาติ แต่กลับเป็นฝีมือมนุษย์… ตั้งแต่โครงร่างสำนักศึกษาโดยรวม ห้องเรียนแต