ว้บนพื้น
เอกสาร ถ้วยชา…โดนโยนทิ้งไว้ทั่ว
“ใครทำ?!” เฉินเฟิงพูดเสียงต่ำอย่างข่มอารมณ์โกรธ
“กูเอง!”
ทันทีที่เสียงเฉินเฟิงพูดจบ ชายหนุ่มร่างกายกำยำอายุราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดคนหนึ่งยืนขึ้นมา เขาเดินมายืนหน้าเฉินเฟิงด้วยสีหน้ากร่างเต็มที่ มองเฉินเฟิงอย่างเหยียดหยาม กร่างใส่ว่า: “ของๆแกน่ะกูทิ้งเอง? มีไรป่ะ?”
“เก็บขึ้นมาแล้วผมจะไม่ถือสาคุณ” เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าปอด พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผู้ชายที่ยืนตรงหน้าเขาชื่อหยางขุย เป็นลูกน้องหลี่สื้อผิง ปกติคอยตามชะเลียถือหางรับใช้หลี่สื้อผิงเสมอ เป็นหมาที่จงรักภักดีต่อหลี่สื้อผิงมากที่สุด
“ฮะฮะฮะ ไม่ถือสากู?” หยางขุยหัวเราะฮ่าอย่างเกินจริง
จากนั้นเขาเก็บเสียงหัวเราะ พูดอย่างเย็นชาว่า: “แกเป็นตัวอะไรหะ?! มีหน้ามาถือสากูงั้นหรอ?!”
ซี๊ด!
คนรอบข้างอดสูดลมหายใจซี๊ดไม่ได้
ใครๆก็ไม่คิดว่า หยางขุยจะเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้
พริบตาเดียวบรรยากาศทั่วทั้งบริษัทตึงเครียดถึงขีดสุด
“หยางขุย ทำไมพูดกับพี่เฟิงแบบนั้นล่ะ?”
ตอนนี้เองหลี่เล่อเดินเข้ามาด้วยท่าทีโมโห มายืนข้างเฉินเฟิง
“พี่เฟิง?” หยางขุยมองหลี่เล่ออย่างไม่แคร์ พูดประชดว่า: “แกเรียกไอ้ขยะนี่ว่าพี่เฟิงหรอ?”
หยางขุยหลุดหัวเราะพรืด: “นี่หลี่เล่อ แกนี่นับวันยิ่งโง่ขึ้นทุกวันนะ”
“ขยะแบบนี้แกกลับเรียกมันว่าพี่เฟิง งั้นต่อไปเจอกู แกไม่เรียกปู่ขุยเลยล่ะ?”
“หยางขุย อย่ารังแกให้มากไปนักนะ!” หลี่เล่อหน้าแ