ียวกับเขาฉันใกล้จะอาเจียนเต็มทีแล้ว” หวางซือหยวนพูดอย่างไม่ปิดกั้นความขยะแขยงสักนิด
“ฮะฮะฮะ ที่รัก ขอโทษด้วยนะ ผมลืมนึกถึงความรู้สึกของคุณไปเลย จะออกรถเดี๋ยวนี้แล้วครับ” หลี่สื้อผิงหัวเราะฮ่าฮ่า ก่อนเหยียบคันเร่งออกรถ
บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปอยู่ในเขตผู่เจียงใหม่ ไม่ไกลจากบ้านหวางนัก ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที หลี่สื้อผิงก็ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าประตูบริษัท
ที่หน้าประตูบริษัท เฉินเฟิงถึงพบกว่า บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปเป็นบริษัทผลิตยาแห่งหนึ่ง
ดูจากพื้นที่บริษัทแล้ว ถือว่าไม่เล็กเลย อย่างน้อยต้องมีเงินทุนไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน
พอเอารถเข้าจอดที่ที่จอดรถ หลี่สื้อผิงลงจากรถมา และเดินอ้อมไปเปิดประตูให้หวางซือหยวนลงจากรถอย่างสุภาพบุรุษ
หวางซือหยวนนวยนาดลงจากรถ เธอเกาะแขนหลี่สื้อผิงไว้
ทั้งคู่เดินคลอเคลียมาที่ตึกบริษัท
เฉินเฟิงเว้นระยะห่างกับทั้งคู่ไว้หน่อย และเดินตามมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
พอถึงบริษัท หลี่สื้อผิงกับผู้ชายวันกลางคนที่ดูเป็นระดับหัวหน้าคุยกันนิดหน่อย และชี้มาที่เฉินเฟิง ผู้ชายคนนั้นมองเฉินเฟิงพลางพยักหน้า แต่กลับไม่ปิดบังสายตาเหยียดหยามเลยสักนิด
หลายนาทีผ่านไป หลี่สื้อผิงเดินมายืนหน้าเฉินเฟิงอย่างเย่อหยิ่ง เผยอปากพูดว่า: “เฉินเฟิง โชคนายไม่เลวเลยนะ วันนี้ผู้จัดการจางเขาต้องเตรียมการต้อนรับประธานคนใหม่ เลยยกเลิกการสัมภาษณ์ที่นัดไว้ นายเข้าทำงานได้เลย”
“โต๊ะทำงานอยู่ตรงนั้น นายไปเองละกัน” หลี่สื้