อผิงชี้ไปที่โต๊ะที่ดูรกรุงรังตรงมุมนั้น
เฉินเฟิงไม่พูดอะไรสักคำ เดินไปที่โต๊ะและเริ่มจัดของบนโต๊ะให้เข้าที่
“พี่ชาย มาใหม่หรอ?” ตอนนี้เองจู่ๆก็มีหัวหนุ่มน้อยคนหนึ่งโผล่มาเบื้องหน้าเฉินเฟิง ดูจะเป็นหนุ่มน้อยที่พึ่งจบจากรั้วมหาวิทยาลัย
สายตาที่เขามองมาที่เฉินเฟิง เต็มไปด้วยการค้นหาและแปลกใจ
“อืม” เฉินเฟิงมองหนุ่มน้อยคนนั้นพลางพยักหน้า
“คือ…พี่ชาย พี่เป็นอะไรกับผู้จัดการหลี่หรอ?” หนุ่มน้อยมองซ้ายมองขวา ถามอย่างใคร่รู้
“ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย” เฉินเฟิงตอบเนิบๆ
ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย?
สายตาหนุ่มน้อยดูแปลกใจ เมื่อกี้เขาเห็นผู้จัดการจางพาเฉินเฟิงเข้ามานี่นา?
หรือเฉินเฟิงกลัวคนจะรู้ว่าตัวเองเล่นเส้น เลยไม่กล้าพูดอะไรมาก?
“แหะๆ พี่ชาย ผมชื่อหลี่เล่อนะ ต่อไปเราเป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้วนะ ถ้าพี่มีอะไรไม่เข้าใจถามผมได้เลย” หนุ่มน้อยยิ้มพลางยื่นมือตัวเองออกมา เฉินเฟิงยิ่งพูดว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผู้จัดการหลี่ ยิ่งแปลว่าเขากับผู้จัดการหลี่ต้องเกี่ยวข้องอะไรกันแน่
“เฉินเฟิง”
เฉินเฟิงยื่นมือออกไปจับมือกับหนุ่มน้อยที่ชื่อหลี่เล่อ
หลี่เล่อคนนี้ดูเข้ากับคนง่าย พอจับมือกับเฉินเฟิงเสร็จแล้ว ก็เริ่มแนะนำบริษัทให้เฉินเฟิงรัวๆ
เฉินเฟิงถึงรู้ว่า ตัวเองก่อนหน้านี้ดูเบาบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปไป เดิมคิดว่าบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปเป็นบริษัทที่มีเงินทุนหมื่นล้านเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่า บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปจะเป็นหนึ่งในสิบ