ัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก คนอื่นต้องยอมลงให้เธอหมด
เฉินเฟิงขี้เกียจถือสาคนแบบนี้ น่าขายหน้าจะตาย
“มันน่าโมโหนัก! มันน่านัก!”
“อ๊า..เจ้าขยะ นายมันขยะชัดๆ!”
หวางซือหยวนโกรธจนกรี๊ดออกมา เธอไม่เข้าใจว่า ทำไมเฉินเฟิงถึงหน้าด้านขนาดนี้ บ้านหวางอุตส่าห์ยื่นโอกาสดีแบบนี้มาวางตรงหน้าเขา ให้เขาทำตามธรรมเนียมก็สามารถเข้าไปทำงานที่บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปได้ เขายังไม่รู้จักขอบคุณอีก
ในสถานการณ์ที่สำคัญอย่างสัมภาษณ์งาน เขากลับใส่ชุดวอร์มมา นี่ไม่ใช่กะทำให้บ้านหวางเสียหน้า ทำให้หลี่สื้อผิงเสียหน้าหรือไงกัน!
“ซือหยวน ทำไมหรอ?” ตอนนี้เองเสียงร่าเริงดังขึ้นที่นอกประตู จากนั้นหลี่สื้อผิงที่หล่อเหลาสูงใหญ่ในชุดสูทสีน้ำเงินเดินเข้ามา
“ฮือๆ สื้อผิง เจ้าหนอนเน่านี่รังแกฉัน” พอเห็นหลี่สื้อผิง หวางซือหยวนก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าน่าสงสาร
“เขารังแกคุณ?!”
สีหน้าหลี่สื้อผิงขรึมลงทันที มองเฉินเฟิงอย่างเย็นชา: “ไอ้บ้านนอก ยังไงกัน? นายลวนลามซือหยวนหรือไง?”
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว: “เปล่า”
“เปล่า?”
“เปล่าแล้วทำไมซือหยวนบอกว่านายรังแกเธอ!” หลี่สื้อผิงดูโกรธๆ เขารู้สึกว่า เฉินเฟิงต้องลวนลามหวางซือหยวนแน่ เพราะเฉินเฟิงพึ่งหย่ามา หวางซือหยวนทั้งสวยน่ารัก ชายหนุ่มหญิงสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เฉินเฟิงอาจจะคิดไม่ซื่อขึ้นมาก็ได้
พอเห็นหลี่สื้อผิงท่าจะใช้กำลัง หวางซือหยวนร้อนใจทันที เธอไม่ได้กังวลหรอกว่าหลี่สื้อผิงจะชกเฉินเฟิงหรืออะไร แต่ก