าไม่มีทางสนใจสมาคมการค้าจงไห่แน่ และจะเปลี่ยนแผนทั้งหมดมาต่อกรกับเฉินเฟิงแทน!
“ครับ ผมจะระวังตัว” เฉินเฟิงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม ที่สือโพ่จุนพูด เซียวกั่วจงไม่เคยบอกเขามาก่อน
แต่ฟังจากคำของสือโพ่จุนทำให้รู้ว่า ความแค้นที่เสินอิ่นมีต่อเซียวกั่วจงดูจะแค้นเข้ากระดูกดำเลยทีเดียว
ถ้าพวกเขารู้ว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์ของเซียวกั่วจง คงหาทางแก้แค้นแน่
ถึงความสามารถเขาจะมีมาก แต่เรื่องดูเบาศัตรูนี่เขาไม่เคยทำมาก่อน แถมคราวนี้ศัตรูที่ต้องเผชิญยังเป็นนักฆ่าที่ผลุบๆโผล่ๆด้วย
ใครก็ไม่รู้ว่า พวกเขาจะโผล่ออกมาจากตรงไหน
พอสือโพ่จุนกลับไป ภายในห้องก็เหลือแค่เจ้าสามหวงกับเฉินจื๋อเหวินและเฉินเฟิงสามคน
เจ้าสามหวงหยิบซิก้าออกมาสูบ พลางเหล่เฉินเฟิงและพูดว่า: “ว่าไง เสี่ยวสือโถวน่ะเชื่อใจได้นะ! ต่อไปถ้าแกเจอปัญหาอะไรในจงไห่ หาเขาได้เลย”
เฉินเฟิงพยักหน้า หลายวันนี้ที่เขาอยู่จงไห่ ยังไม่รู้ว่าจะเจออะไร มีคนรู้จักเป็นทหารอย่างสือโพ่จุน เขาก็เบาใจลงไปเยอะเลย
“นายกับพี่สือ รู้จักกันได้ไงน่ะ?” เฉินเฟิงถามคำที่สงสัยออกมา ถึงบรรพบุรุษเจ้าสามหวงจะมีสายเลือดที่นี่ แต่ตัวเขาเกิดและเติบโตที่มาเลย์เซีย ส่วนสือโพ่จุนเห็นได้ชัดว่าเป็นคนหวาเซี่ยแท้ๆ สองคนที่ดูไม่เข้ากันเลย ไหงมาอยู่ด้วยกันได้ แถมยังดูสนิทสนมกันมากด้วย?
“ตอนนั้นฉันช่วยพวกเขาเอาไว้ทั้งครอบครัว” เจ้าสามหวงพูดอย่างขี้เกียจ: “หลายปีก่อน ครอบครัวเขามาเที่ยวมาเลย์