ำให้หวางซือหยวนรู้สึกดีกับเขามากขึ้นทีเดียว
“พ่อคะ อย่าโกรธเลยค่ะ พี่ใหญ่เขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ” หวางซือหยวนก็ปลอบหวางหงอี้ด้วย แต่ตอนเธอพูด กลับเหล่เฉินเฟิงอย่างเย็นชา และไม่ปิดบังแววตารังเกียจเลยสักนิด
ถึงเรื่องนี้หวางเต๋อฟาทำไม่ถูก แต่เธอรู้สึกว่าเฉินเฟิงเองก็ผิดเหมือนกัน
เฉินเฟิงไม่ควรมาหาเรื่องถึงที่นี่เพียงเพื่อเงินหนึ่งแสน
คนละโมบโลภมาก! หวางซือหยวนประเมินเขาแบบนี้ในใจ
ภายใต้การปลอบประโลมของหลายคน อารมณ์ของหวางหงอี้สงบขึ้นมาก เขามองหวางเต๋อฟา อย่างโกรธจัด พลางด่าว่า: “ลูกทรพี ยังไม่ขอโทษเสี่ยวเฟิงอีก!”
“ขอโทษ ขอโทษ เฉินเฟิง ฉันไม่ควรป้ายสีนาย ฉันละโมบโลภมาก ฉันได้คืบเอาศอก ขอให้นายยกโทษให้ฉัน…” ท่าทีหวางเต๋อฟาดูจริงใจ พูดไปก็ตบหน้าตัวเองไป
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว ท่าทางหวางเต๋อฟาเห็นได้ชัดว่าแกล้งทำ แต่เขาทำถึงขนาดนี้แล้ว เฉินเฟิงก็พูดอะไรมากไม่ได้ เลยพูดสั้นๆว่า: “ต่อไปอย่าทำอีก”
“เฉินเฟิง วางใจได้ ไม่มีครั้งต่อไปแล้วล่ะ” หวางเต๋อฟารับปากเป็นมั่นเหมาะ ส่วนในใจคิดยังไงก็มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้
สีหน้าหวางหงอี้เริ่มดีขึ้น: “เสี่ยวเฟิง เรื่องนี้อาเองก็มีส่วนผิด อาควรจะไปรับเราด้วยตัวเอง เฮ้อ…”
“คุณอาหวาง อย่าพูดแบบนี้เลยครับ คุณอาไม่สบาย ผมเองก็เห็นอยู่ อีกอย่างผมมีมือมีเท้า มาเองได้ครับ” เฉินเฟิงยิ้มอย่างมีมารยาท
หวางหงอี้พยักหน้าเล็กน้อย หันไปมองเพิ้งเย้นฟาง และออกคำสั่งว่า: “เย้นฟ