วันนี้ต้องลองให้ได้นะ”
หวางหงอี้พูดเกลี้ยกล่อมให้เฉินเฟิงอยู่ทานข้าวด้วยกัน
เฉินเฟิงยิ้ม เดิมคิดจะปฏิเสธ แต่เห็นพวกเพิ้งเย้นฟางสีหน้าบิดเบี้ยว เขาก็เปลี่ยนใจ
ไม่อยากเห็นหน้าฉัน? งั้นดี ฉันอยู่ทานข้าวนี่แหละ! เฉินเฟิงแอบยิ้มเย็น ตอบออกมาตรงๆเลยว่า: “งั้นรบกวนป้าหลิวด้วยนะครับ”
“ฮะๆ ไม่รบกวนไม่รบกวน มีอะไรน่ารบกวนกัน” หวางหงอี้หัวเราะร่วน กวักมือเรียกเฉินเฟิงนั่งลง เริ่มคุยถามสารทุกข์สุขดิบกับเฉินเฟิง
หลังจากถามชีวิตอัพเดทของเสี้ยเว่ยกั๋วกับหลินหลันเสร็จ หวางหงอี่ก็เบนมาถามเรื่องเฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยา พลางถอนหายใจ: “ได้ยินเหล่าเสี้ยว่า เราหย่ากับเสี้ยเมิ่งเหยาแล้ว?”
“ครับ” เฉินเฟิงสายตาหม่นหมองลง พยักหน้าเบาๆ
“เฮ้อ เมิ่งเหยาน่ะนะอาเคยเจอครั้งหนึ่ง จิตใจดีมาก แน่นอนเราเองก็ดีไม่แพ้กัน อารู้สึกเสมอว่าพวกเธอสองคนเหมาะสมกันมาก”
“แต่พรหมลิขิตชักพา ในโลกนี้มีความรักบางประเภทไม่ใช่อะไรที่คนเราสามารถกำหนดได้”
“อารู้ เรากับเมิ่งเหยาแยกทางกัน ต้องมีเหตุผลของพวกเธอแน่”
“เหตุผลคืออะไร อาจะไม่ถาม เพราะเรื่องคนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอ คนรุ่นอาไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย”
“แต่เหล่าเสี้ยตั้งความหวังไว้กับเรามาก ถึงเรากับเมิ่งเหยาจะหย่ากันแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่า เหล่าเสี้ยยังเห็นเราเป็นลูกชายครึ่งหนึ่ง ไม่งั้น คงไม่ให้เรามาจงไห่เพื่อคืนหยกแน่” น้ำเสียงหวางหงอี้พูดเนิบยาว หลายปีมานี้ถึงเขาจะไม่ได้ไปชางโจวเลย แ