อนทองใส่ชุดไปรเวทพุ่งออกมา
ร่างเธอค่อนข้างท้วม ตอนวิ่งมา ไขมันบนตัวกระเพื่อมเป็นลอน ดูแล้วไม่น่าอ่อนแอเลย
ยังไม่ทันถึงหน้าเฉินเฟิง เธอก็ชี้หน้าเขาด่ากราดว่า: “แกยังมีหน้ามาบ้านฉันอีกหรอ?”
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว ถ้าเขาเดาไม่ผิดล่ะก็ ผู้หญิงตรงหน้าคงเป็นเมียหวางหงอี้ เพิ้งเย้นฟางแน่ๆ
ตามที่เสี้ยเว่ยกั๋วบอก เพิ้งเย้นฟางนิสัยกร่างเอาแต่ใจ รับมือยากสุดๆ ตอนนี้เจอแล้ว ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย ทำไมจะไม่กล้ามาบ้านคุณล่ะ?” เฉินเฟิงพูดเนิบๆ
“ไอ้เลว?! แกยังมีหน้าพูดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด?!”
“รอยฝ่ามือสองรอยบนหน้าลูกชายฉัน ฝีมือแกใช่ไหม?” เพิ้งเย้นฟางถามอย่างดุดัน
“ผมตบเขาเองแหละ” เฉินเฟิงยอมรับหน้าตาเฉย
“ทำไมแกต้องตบเขาด้วย? แกรู้ไหม ลูกฉันบอบบางแค่ไหน? ตั้งแต่เล็กจนโต ขนาดแม่แท้ๆอย่างฉันยังไม่เคยตีเขาสักเพี๊ยะ คนนอกอย่างแกถือสิทธิ์อะไรมาตบเขา? ถ้าแกตบเขาเป็นอะไรไป แกรับผิดชอบไหวหรอ?”
“ผมตบเขา เพราะเขาควรโดนตบ” น้ำเสียงเฉินเฟิงยังคงสงบราบเรียบ
แต่เพิ้งเย้นฟางโกรธตัวสั่นหลังได้ยิน: “อะไรนะ? ! สมควรโดนตบ?!”
“ขยะอย่างแกแน่จริงพูดอีกรอบสิ? แกเชื่อไหมวันนี้ฉันจะให้แกคลานเข่าออกจากที่นี่เลย?”
“แกนี่เอง!” ตอนนี้เอง หวางเต๋อฟาวิ่งออกมาจากในคฤหาสน์ พอเห็นเฉินเฟิง สายตาเขาแดงก่ำในฉับพลัน
เขาเดินมายืนหน้าเพิ้งเย้นฟาง ชี้หน้าเฉินเฟิงมือสั่น: “แม่ มันนี่แหละ มันนี่แหละ! ที่ตบผมน่ะ!”
“ลูกจ๋า ว