าหมื่นให้เรา”
เฉินเฟิงสีหน้าเย็นชาเฉียบพลัน “พ่อ พ่อเชื่อเขาไหม?”
“พ่อไม่เชื่ออยู่แล้วสิ” เสี้ยเว่ยกั๋วตอบโดยไม่ต้องคิด “เราเป็นคนยังไง พ่อรู้ดีที่สุด แค่หยกชิ้นเดียว ให้ฟรีเรายังไม่แน่ว่าจะเอาเลย เรื่องอะไรจะไปขู่เขาให้เงินหนึ่งแสนห้าหมื่นล่ะ”
“พ่อ หยกนั่นไม่มีทางปลอมแน่…” เฉินเฟิงเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา พอได้ยินว่า สุดท้ายหวางเต๋อฟาคืนเงินแค่หนึ่งพันมาไถ่หยกคืน เสี้ยเว่ยกั๋วโกรธด่ากราด: “ไอ้สารเลวนั่นพูดแบบนี้จริงหรอ?!”
“น่าโมโหจริงๆ!น่าโมโหจริงๆ!”
“เขาเห็นพ่อ คนอย่างเสี้ยเว่ยกั๋วเป็นอะไรเนี่ย?!”
“พ่อบ้านหรือไง?!”
“เขาคิดว่า พ่อจะขาดแคลนเศษเงินของเราหรือไง!”
“พ่อ อย่าโกรธไปเลยครับ เงินของเขาผมไม่ได้รับมาเลย” เฉินเฟิงพูดเสียงต่ำ เขารู้ดีว่า เสี้ยเว่ยกั๋วไม่ขาดแคลนเงิน ที่อยากเอาหยกคืนเพื่อน ก็เพราะว่าหยกนั่นเป็นมรดกประจำตระกูลของเพื่อน เขาไม่เคยคิดจะรับเงินจากเพื่อนอยู่แล้ว
แต่ไม่รับเงินเป็นเรื่องหนึ่ง ท่าทีตระกูลหวางก็อีกเรื่องหนึ่ง
ถ้าหวางเต๋อฟาบอกว่าสถานการณ์การเงินบ้านเขาไม่ดี ไม่มีเงิน หยกนี่เฉินเฟิงให้เขาฟรีก็ยังได้!
แต่หวางเต๋อฟากลับหยิบเงินหนึ่งพันออกมาหยามศักดิ์ศรีเขา หยามศักดิ์ศรีเสี้ยเว่ยกั๋ว
แล้วจะให้เฉินเฟิงทนได้ยังไง
“ไม่ได้รับมาก็ดี ไม่ได้รับมาก็ดีแล้ว เงินแบบนี้เรารับไม่ได้” เสี้ยเว่ยกั๋วถอนหายใจยาวพลางว่า
“เงินเราไม่เอาได้ แต่ความผิดนี้เรายอมไม่ได้! พ่อจะโทรหาเพ