ิ้งเย้นฟาง อธิบายเรื่องทั้งหมดให้ละเอียด อีกอย่าง พ่อจะให้เขาถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั่นว่าทำเรื่องอะไรไว้บ้าง?!”
“พ่อ พ่อว่าเพิ้งเย้นฟางจะเชื่อที่พ่อพูดหรอ?” เฉินเฟิงถอนหายใจพลางว่า
เท่าที่ได้ยินจากเสี้ยเว่ยกั๋ว ทำให้เดาได้ไม่ยากว่า เพิ้งเย้นฟางเป็นคนพวกไม่สนอะไรถูกผิด ตอนนี้เสี้ยเว่ยกั๋วโทรไป ไม่เพียงเพิ้งเย้นฟางจะไม่เชื่อ ยังคิดว่าเสี้ยเว่ยกั๋วกำลังใส่ร้ายลูกชายเธอด้วย
เสี้ยเว่ยกั๋วสะอึก จริง เพิ้งเย้นฟางไม่มีทางเชื่อคำพูดเขาแน่ เพราะข้างหนึ่งเป็นลูกชายแท้ๆ อีกข้างกลับเป็นคนแปลกหน้าสองคน
“พ่อ พ่ออย่าพึ่งโทรไปเลย พ่อบอกที่อยู่บ้านเพื่อนพ่อมา ผมจะไปดูที่บ้านเขา ว่าจะคุยเรื่องนี้กันโดยละเอียดได้ไหม” เฉินเฟิงพูดเสียงต่ำ ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไรล่ะก็ หลังแยกกับเขา หวางเต๋อฟาน่าจะบอกเพิ้งเย้นฟางว่าเขาจะเอาเงินหนึ่งแสนห้าหมื่น และขายหยกออกไป แถมยังซื้อของปลอมกลับมาด้วย
เรื่องแบบนี้อธิบายทางโทรศัพท์ไม่ละเอียดหรอก มีแต่ต้องยืนยันต่อหน้าเท่านั้นถึงจะเป็นไปได้
เสี้ยเว่ยกั๋วถอนหายใจยาว: “เฉินเฟิง ที่เราพูดพ่อเข้าใจ แต่คนอย่างเพิ้งเย้นฟาง ไม่ควรตอแยด้วยเลย เธอเป็นคนกร่างไม่พอ ยังรักพวกพ้องมากๆ ถ้าเราไปบ้านเธอ เธอต้องหาร้อยแปดพันเก้าวิธีมาทำให้เราลำบากใจแน่…”
“พ่อ เรื่องนี้มันแล้วแค่คน” เฉินเฟิงพูดอย่างสงบนิ่ง: “แค่เธอจะทำให้ผมลำบากใจ ผมก็ไม่ไปบ้านเธอ แบบนี้ไม่ได้หรอกครับ ถ้าไม่ไป เรื่องนี้ไม่ม