ีทางพูดกันได้ชัดเจนแน่”
เฉินเฟิงไม่ซีเรียสที่จะโดนป้ายความผิดนี้ แต่เขาไม่ยอมให้เสี้ยเว่ยกั๋วโดนคนแบบนี้ใส่ร้ายป้ายสีแน่
“งั้น…เอาเถอะ” เสี้ยเว่ยกั๋วชะงัก และรับปากคำขอร้องของเฉินเฟิงในที่สุด
“เฉินเฟิง เราไปบ้านเขา ไปหาเพื่อนพ่อก่อนนะ ให้เขาตัดสินอย่างเป็นธรรม”
“นิสัยเพื่อนพ่อน่ะ พ่อพอเข้าใจอยู่บ้าง เขาไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ทั้งหมดเป็นเพิ้งเย้นฟางกับลูกชายรวมหัวกันมากกว่า”
เสี้ยเว่ยกั๋วบอก
“พ่อ ผมรู้ครับ” เฉินเฟิงพยักหน้า
“อีกอย่าง ไปถึงที่นั่นแล้ว ถ้าคุยเหตุผลได้ก็คุย ถ้าคุยไม่ได้ ก็พยายามกลั้นอารมณ์ไว้แล้วกลับมาเลย”
“อย่าไปต่อกรกับเขา บ้านของเพิ้งเย้นฟางน่ะมีอำนาจมากในจงไห่ ถ้าเราลงมือ ต่อให้เพื่อนพ่อคนนั้นก็ปกป้องเราไม่ได้” เสี้ยเว่ยกั๋วกำชับอีก นิสัยของเฉินเฟิงเขาพอรู้อยู่บ้าง ถ้าคุยกันไม่ลงตัวก็ลงมือ
อยู่ที่ชางโจวก็พอได้ เพราะเฉินเฟิงพอมีอำนาจในชางโจวอยู่บ้าง
แต่จงไห่ เทียบไม่ได้กับชางโจวหรอก ที่นั่นน่ะคนเก่งตระกูลสูงมีเยอะ เกิดแข็งชนแข็งเข้า อาจจะไปเตะตาปลาคนใหญ่คนโตก็ได้
“พ่อ วางใจเถอะครับ ผมจะอดทน” เฉินเฟิงพูดเนิบๆ
“งั้นก็ดี เราไปเถอะ บ้านเธออยู่ที่จิ่งซวี่โก๋จี้…”
เสี้ยเว่ยกั๋วพูดที่อยู่ออกมา พอพูดจบก็กำชับอีกหลายคำ ก่อนจะวางสายไป
“มีเรื่อง?” เจ้าสามหวงเลิกคิ้วถาม
“เรื่องเล็ก ผมจัดการเองได้” เฉินเฟิงยิ้มบางๆ
“ได้ งั้นพวกเราไปรอนายที่โรงแรม นายจัดการเรื่องเสร็จ มาท