เฟิงกล่าว หากจะบอกว่าบริษัทหยูนเสิ้ง เป็นของขวัญที่เฉินเฟิงมอบให้เสี้ยเมิ่งเหยา มันจะดีกว่าถ้าจะบอกว่าเป็นของขวัญที่เฉินเฟิงมอบให้กับเสี้ยเว่ยกั๋ว เสี้ยเว่ยกั๋วไม่รู้ เสี้ยเมิ่งเหยาก็จะไปจงไห่ด้วย
เมื่อเสี้ยเมิ่งเหยาไปที่จงไห่ ในท้ายที่สุดหยูนเสิ้งก็จะกลายเป็นของเสี้ยเว่ยกั๋วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“งั้นก็ … โอเค” ในที่สุดเสี้ยเว่ยกั๋วก็รับใบโอนหุ้นไว้
“ ใช่แล้ว คุณไปทำอะไรที่จงไห่”
“เพื่อนเก่าของผมไม่สบาย ผมจึงไปเยี่ยม” เฉินเฟิงกล่าว
เสี้ยเว่ยกั๋วพยักหน้า “ไปที่นั่นก็ระวังตัวด้วย จงไห่ไม่เหมือนชางโจว ที่นั่นเป็นเมืองใหญ่ระดับสากลที่มีคนร่ำรวยมากมาย มียอดนักฝีมือซุ่มอยู่มากมาย เมื่อสิบปีก่อน ขาของผมถูกหักที่จงไห่… ”
“ใครเป็นคนทำ” ดวงตาของเฉินเฟิงมืดลง เขารู้เรื่องขาหักของเสี้ยเว่ยกั๋วเมื่อนานมาแล้ว แต่เขาคิดว่าขาของเสี้ยเว่ยกัวล้มจนหัก
แต่ตอนนี้ เสี้ยเว่ยกั๋วบอกว่าถูกตีจนหัก …
“ เป็นชายหนุ่มที่ร่ำรวย อย่าถามว่าเป็นใครเลย พ่อจะไม่บอกคุณหรอก”
“ เหตุผลที่พ่อบอกคุณเรื่องนี้ก็เพื่อเตือนคุณเมื่อคุณไปที่นั่น คุณควรถ่อมตน อะไรที่ควรยอมก็ยอมๆไป อย่าทำอะไรวู่วาม ถ้าเกิดโชคร้ายไปผิดใจต่อคนที่ไม่ควรผิดใจด้วย คุณก็กลับมาที่ชางโจวซ่อนตัวสักพัก อย่าไปสู้กับคนอื่นเด็ดขาด … “เสี้ยเว่ยกั๋วตักเตือนสั่งสอน คำพูดของเขาออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ในฐานะคนที่ผ่านมา เขารู้ดีว่าน้ำในจงไห่นั้นลึกแค่ไหน
นักเลงตัวเ