ง
“ คุณควรรู้ว่าคุณและเธอไม่เหมาะสมกัน เธอจะกลายเป็นภาระของคุณในไม่ช้าก็เร็ว” ปากของฉินเสวี่ยนหรัวเผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ มันไม่เกี่ยวกับคุณ” เฉินเฟิงตอบอย่างเย็นชาเช่นเคย
“จริงเหรอ?” ฉินเสวี่ยนหรัวไม่รู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น
หลังจากพูดจบเธอก็ถอนหายใจ “เมื่อก่อนอาจไม่เกี่ยวข้องกับฉัน แต่ตอนนี้มันไม่แน่นะ”
เปลือกตาของเฉินเฟิงกระตุกเล็กน้อย “คุณหมายถึงอะไร?”
“ ทำไมอาจารย์เฉินรู้อยู่แก่ใจแล้วยังมาถามอีกละ?” ฉินเสวี่ยนหรัวยิ้มเยาะ
จู่ๆรูม่านตาของเฉินเฟิงก็บีบแน่นขึ้น
“เฉินเฟิง คุณควรชัดเจนเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการมาของฉันในครั้งนี้นะ” ฉินเสวี่ยนหรัวมองไปที่เฉินเฟิงอย่างเฉื่อยชาและพูดว่า “ฉันก็ไม่อยากอ้อมค้อมกับคุณมากนัก คุณช่วยฉันจัดการกับเฉินโป๋ยุง ฉันช่วยคุณปกป้องเสี้ยเมิ่งเหยา เป็นยังไง?”
“ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร” ใบหน้าของเฉิงเฟิงเริ่มมืดลง เขาไม่รู้ว่าฉินเสวี่ยนหรัวกำลังทดสอบหรือรู้อะไรบางอย่างจริงๆ
“ไม่เข้าใจ?”มุมปากของฉินเสวี่ยนหรัวแสดงท่าทีรู้สึกตลก “เฉินเฟิง คุณปิดหลอกคนอื่นได้ แต่คุณหลอกฉันไม่ได้หรอก”
“ คุณทะลุไปถึงจุดหั้วจิ้งขั้นต้นเมื่อสามเดือนก่อนใช่ไหม?”
“ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้อายุยี่สิบห้าปี แหม หากข่าวนี้ถูกแพร่กระจายออกไป ฉันคิดว่าทุกคนคงต่างตกตะลึงกันทั้งนั้น สมแล้วที่เป็นลูกของไอ้หมอนั่น”ฉินเสวี่ยนหรัวถอนหายใจ
หัวใจของเฉินเฟิงจมลง ฉินเสวี่ยนหรัวรู้แม้แต่วันท