งั้นทุกคนก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
“เป็นเรื่องปกติที่ครอบครัวหนึ่งจะมีเรื่องขัดแย้งกันเล็กๆน้อยๆ”
“ชุดของฉัน สาวน้อยคนนี้ก็ไม่ต้องชดใช้คืนแล้ว”
“ ทุกคนปรองดองกันดีที่สุด ปรองดองกนดีที่สุด”
ใบหน้าของหลินเย่นดูฝืดๆ หากมีการตรวจกล้องวงจรเกิดขึ้นจริงๆ วันนี้ใบหน้าของเธออาจจะโดนทุบจนบวม เพราะมันเป็นความผิดของเธอจริงๆ ชุดเธอถูกน้ำแกงสาดใส่ ซึ่งมันไม่เกี่ยวอะไรกับหลินหวั่นชีว
“อยู่กันอย่างสันติภาพดีกว่า?”มุมปากของเฉินเฟิงเย้ยหยัน “ตอนนี้คิดได้แล้วเหรอว่าปรองดองกันดีกว่า?”
“มันสายไปแล้ว!” สีหน้าของเฉินเฟิงเย็นชา น้ำเสียงไม่ต้องสงสัยเลย”ตรวจ!”
“ ครับ คุณเฉิน!”
สีหน้าหวางไห่คว่ามีความสุขมาก เขาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสที่ดีเช่นนี้ไปแน่นอน
ไม่นาน หวางไห่คว่าก็ถือโน๊ตบุ๊คด้วยใบหน้าแดงก่ำ
มีแขกมากมายมารวมตัวกันรอบ ๆ
สักพักหวางไห่คว่าก็ได้หาฉากที่หลินเย่นและหลินหวั่นชีวออกมา จากนั้นเล่นไปอย่างช้าๆ
การเคลื่อนไหวของทั้งสองแสดงต่อหน้าทุกคนทีละเฟรม
หลินหวั่นชีวเดินมาปกติ
หลินเย่นไม่ได้มองไปที่ด้านหลังเลย ทันใดนั้นเธอก็ลุกขึ้น จากนั้นก็ชนเข้ากับหลินหวั่นชีว
น้ำซุปกระเด็น
การแสดงออกบนใบหน้าของหลินเย่นค่อยๆดุร้าย …
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลินเย่นเป็นฝ่ายผิดก่อน!
“อายุก็ขนาดนี้แล้ว ทำไมหน้าด้านจัง!”
“ใช่ๆไร้ยางอายจริงๆ เธอก็อายุห้าสิบกว่าแล้ว ยังจะไปทำร้ายเด็กสาวอายุสิบแปด ไร้ยางอาย!”
ทุกคนต่างรู้สึกโมโห!
แขกหลา