ามารร้ายสังหารจนสิ้น
เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อเสียงของเขาภายในตระกูลตกต่ำลงอย่างรุนแรง และการที่ตระกูลอวิ๋นขาดเมล็ดพันธุ์วางรากฐาน ก็เท่ากับเสื่อมถอยในอำนาจไปไม่น้อยโดยไม่รู้ตัว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อวิ๋นจือชิวไม่อาจนับได้ว่าเขาตะลอนไปกลับแนวรบระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารกี่ครั้ง เพื่อตามล้างผลาญผู้ที่สังหารอวิ๋นเมี่ยวเจินในวันนั้น-ลวี่หยางแต่ผลลัพธ์กลับไร้ซึ่งผลลัพธ์ใดๆ พอไต่ถามอย่างถี่ถ้วน จึงพบว่าเจ้าเต่ายักษ์นั่นถึงกับไปฝังตัวอยู่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์นานถึงหกสิบปีเต็ม! เล่นเอาอวิ๋นจือชิวโกรธจนแทบหลุดสบถออกมาด้วยความแค้นเคือง
“เจ้าก็อย่าได้โทษตัวเองมากไป”
บรรพชนตระกูลอวิ๋นเอ่ยด้วยสีหน้าสงบ “เขาหัวกะโหลกเมื่อหกสิบปีก่อนคือแผนการของเจ้ามาร มันใช้กลบเกลื่อนดวงชะตาฟ้าดิน ว่ากันถึงที่สุดแล้วก็คือข้าเองที่มิได้คำนวณล่วงหน้าไว้ให้รอบคอบ”
“หากมิใช่เพราะเหตุนี้ ย่อมเป็นไปมิได้ที่จะปล่อยให้เจ้าและเมี่ยวเจินไปยังเขาหัวกะโหลก”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เมี่ยวเจินได้จากไปแล้ว ตระกูลอวิ๋นของเราย่อมจำต้องมองหาเส้นทางใหม่…ด้วยเหตุนั้นไม่นานมานี้ ข้าจึงตอบรับภารกิจของเจ้าสำนักเสียแล้ว”
“อะไรนะ!?”
อวิ๋นจือชิวตื่นตะลึงแทบลุกพรวด “ภารกิจของเจ้าสำนัก… มิทราบว่าต้องการจะยืมร่างที่ไปเกิดใหม่ของท่านบรรพชนสักครา เพื่อสกัดสังหารเมล็ดพันธุ์วางรากฐานของนิกายมารรึ?”
เรื่องเช่นนี้ในแนวรบระหว่างนิกายศักดิ์สิทธิ์กับนิกายมารน