ั้น ก็หาใช่ของแปลกใหม่ไม่
บรรพชนตระกูลอวิ๋นได้ยินคำกล่าวนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ “หากสามารถสังหารเมล็ดพันธุ์วางรากฐานของนิกายมารได้ ย่อมถือเป็นคุณูปการ และยังสามารถเป็นเสบียงสำหรับการบำเพ็ญในวันหน้าของข้าได้อีกด้วย”
“แต่ว่าท่านบรรพชนได้กลับชาติมาเกิด มาแล้วครั้งหนึ่ง…”
ในหมู่ผู้วางรากฐาน การกลับชาติมาเกิดครั้งแรกนั้นย่อมเปรียบได้กับบุตรแห่งสวรรค์โดยแท้ ดวงบุญคุณธรรมแน่นหนา ไม่อาจสั่นคลอน มีความหวังสูงสุดในการกลับคืนสู่วางรากฐานอีกครา
หากแต่การกลับมาเกิดครั้งที่สอง กลับมิใช่เช่นนั้น
โดยเฉพาะสามร้อยปีที่ผ่านมานี้ บรรพชนตระกูลอวิ๋นแทบไม่มีความก้าวหน้าใดในขอบเขตวางรากฐาน ยังคงย่ำอยู่ที่ขั้นต้นดังเดิม เช่นนั้นแล้วการกลับชาติมาเกิดครั้งใหม่จึงยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนเข้าไปอีกขั้น
“เกิดเป็นคน ก็ต้องมีสักครั้งที่กล้าบุกเบิก!”
บรรพชนตระกูลอวิ๋นยิ้มจาง ๆ “เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าสำนักได้คำนวณเหตุและผลล่วงหน้า พบว่าใน ‘แดนลับหลอมวิชา’ ของนิกายมารเกิดความแปรปรวนขึ้น บางทีอาจมีช่องว่างให้แทรกแซงได้”
“แดนลับหลอมวิชาของนิกายมารนั้น ดักจับดวงวิญญาณนับพันล้านไม่ให้เข้าสู่วงเวียนแห่งการเวียนว่าย เจ้าสำนักจึงไม่พอใจมาเนิ่นนาน คราวนี้ไม่เพียงจะช่วยส่งข้าไปเกิดในสถานที่แห่งนั้นด้วยตนเอง ยังจะปิดบังฟ้าดินให้ข้าแน่นหนา เพื่อไม่ให้ผู้ใดตรวจพบ อีกทั้งยังทำให้ข้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับสติทั้งหมดได้โดยไร้ซึ่งปริศนาในครรภ์”