ีแล้ว ถ้าให้เฉินเฟิงทำให้หลินเย่นที่ดูจะเป็นคนใหญ่คนโตไม่พอใจเพราะเธออีก เธอรับไม่ไหวแล้ว
“ยัยแพศยานี่ เป็นห่วงแกน่าดูเลยนะ” หลินเย่นสองมือกอดอก มองเฉินเฟิงอย่างหยันๆ
“หลินเย่น!” เฉินเฟิงสายตาเย็นเยียบ พูดอย่างเย็นชาว่า: “เห็นแก่ที่คุณเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ผมจะให้โอกาสคุณอีกครั้ง ขอโทษหวั่นชีวซะ”
“ไม่งั้น อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจแล้วนะ!”
เฉินเฟิงพูดเสียงเย็น สำหรับหลินเย่น เขาให้เกียรติมาเสมอ แต่หลินเย่นกลับพยายามล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ในเมื่อทนไม่ไหว ก็ไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไป!
“ไม่เกรงใจ?” หลินเย่นแสยะยิ้ม: “ขยะอย่างแก ยังคิดไม่เกรงใจฉัน?”
“ตอนแกพูดคำนี้ ไม่กลัวลมพัดมาตัดลิ้นแกหรือไง?”
“เพี๊ยะ”
เสียงตบดังขึ้นสนั่น รอยยิ้มบนใบหน้าหลินเย่นชะงักค้าง จากนั้นก็ปรากฏรอยนิ้วห้านิ้วที่แก้มเธอ
“เฉินเฟิง นายทำอะไร!”
ถางรั่วเสวี่ยนโกรธจัด เธอไม่คิดเลยว่า เฉินเฟิงจะกล้าตบหลินเย่น แถมเขาอยู่ๆก็ตบ หลินเย่นไม่รู้ตัวเลยสักนิด
“อ๊า! ฉันจะฆ่าแก!” หลินเย่นกรี๊ดร้อง สติขาดผึง กางมือโผเข้าหาเฉินเฟิง
“เพี๊ยะ”
เฉินเฟิงไม่เกรงใจหลินเย่นสักนิด ตบเข้าให้อีกฉาด ทำเอาหลินเย่นหมุนตัวหลายตลบอยู่กับที่
“เฉินเฟิง!” ถางรั่วเสวี่ยนโกรธจนตัวสั่น: “ในสายตานายยังมีคำว่าผู้หลักผู้ใหญ่อีกไหม ขนาดผู้ใหญ่นายยังไม่เว้นเลย!”
เฉินเฟิงปรายตามองเธออย่างเย็นชา: “คนแบบนี้ไม่คู่ควรเป็นผู้ใหญ่ของฉัน!”
“นาย…!” ถางรั่วเสวี่ยนโกรธจนพูดไ