วกไม่น้อย
“ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ”
พนักงานร่างเล็กรีบละล่ำละลักขอโทษ
แต่หลินเย่นไม่ฟังสักนิด เธอตบไปที่หน้าพนักงานเต็มๆหนึ่งฉาด จนปรากฏรอยนิ้วห้านิ้ว
“แกทำบ้าอะไรเนี่ย ตาบอดหรือไงหะ!”
หลินเย่นด่าเสียงแหลม วันนี้เธอใส่ชุดราตรีผ้าลูกไม้ ไม่มีซับใน แปลว่าน้ำแกงของพนักงานลวกเข้าไปในเนื้อเธอเต็มๆ
รสชาตินี้ คนเคยลวกเท่านั้นถึงจะรู้
“ขอโทษ ขอโทษ คุณน้า ฉันไม่เห็นจริงๆ” หลินหวั่นชีวก้มหน้าขอโทษขอโพย น้ำเสียงแหบเครือ เธอไม่คิดเลยว่า ออกมาหางานพาร์ททาร์มทำครั้งแรกก็เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้น
“ขอโทษมีประโยชน์หรือไง?! ยัยโสโครก!”
หลินเย่นด่ากราด ตบไปที่หน้าหลินหวั่นชีวอีกที จนเธอลงไปกองที่พื้น
“ทำไมเป็นยัยตัวซวยนี่อีก?”
ตอนนี้ถางรั่วเสวี่ยนขมวดคิ้วลุกขึ้น ความจำเธอดีมาก ดังนั้นเลยจำได้ในแวบแรกว่า คนที่ใส่ชุดพนักงานตรงหน้าเป็นลูกสาวผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นที่ชนนถหลินเย่นถลอกเมื่อวาน
“แก?!”
หลินเย่นจำหลินหวั่นชีวเหมือนกัน ทันใดนั้นเธอเดือดเลือดพล่านในอกขึ้นมา
เธอหยิบเก้าอี้จากพื้นขึ้นมาฟาดใส่หลินหวั่นชีวเต็มแรง
“อ๊า”
หลินหวั่นชีวร้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด
แต่หลินเย่นยังไม่หนำใจ ยกเก้าอี้ขึ้นฟาดอีก ฟาดไปด่าไป:
“ทำไมที่ไหนๆก็มีคนโสโครกอย่างแกหะ!”
“เมื่อวานแม่โสโครกของแกก็ทำรถฉันพัง วันนี้แกก็ทำเสื้อฉันสกปรกอีก!”
“แกจงใจเป็นศัตรูกับฉันใช่ไหม!”
หลินเย่นฟาดไปสามสี่ครั้ง จนไม่มีแรงยกเก้าอี้แล้ว เธอถึงหอบหายใจและหยุ