ดมือ
แต่ร่างเล็กน้อยของหลินหวั่นชีวก็นอนขดเป็นกุ้งด้วยความเจ็บปวดอยู่ที่พื้น
เสียงโวยวายทางนี้ดึงความสนใจของพนักงานร้านหงส์ขาวทั้งหมด มีผู้ชายในขุดสูทราวกับผู้จัดการเดินเข้ามา
“คุณผู้หญิงครับ เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“แกตาบอดหรือไง? เกิดอะไรแกดูเองไม่เป็นหรอ?” หลินเย่นด่ากราด ท่าทีเป็นแม่ค้าปากตลาดเอามากๆ
“พนักงานของพวกคุณสาดน้ำแกงใส่แม่ฉัน” ถางรั่วเสวี่ยนพูดด้วยสีหน้าเย็นชา และโยนความผิดทั้งหมดให้หลินหวั่นชีว
“ขอโทษกับการสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับคุณนะครับ เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของทางเราเองครับ” ผู้จัดการวัยกลางคนก้มโค้งแสดงความขอโทษ หลินเย่นกับถางรั่วเสวี่ยน ดูก็รู้ว่าไม่ควรหาเรื่อง
ส่วนหลินหวั่นชีวกลับพึ่งทำงานวันนี้วันแรก แถมยังเป็นพาร์ททาร์ม จะอยู่ข้างไหน แค่ดูก็รู้แล้ว
“ขอโทษ? ขอโทษคำเดียวแล้วจบหรือไงหะ?! พวกแกรู้ไหมว่าเสื้อผ้าฉันชุดนี้ราคาเท่าไหร่? พวกแกรู้ไหมว่าวันนี้ฉันนัดใครมาคุยธุรกิจอะไร? ทำฉันเสียเวลาขนาดนี้ คิดจะขอโทษคำเดียวก็จบหรือไง?”
“ฉันจะบอกให้ ไม่มีทาง!” หลินเย่นเดือดจัด โดนหลินหวั่นชีวทำแบบนี้ เธอจะมีหน้าพบหลินจงเหว่ยยังไง
“คุณผู้หญิงท่านนี้ คุณเข้าใจผิดแล้ว ความเสียหายทั้งหมดที่หลินหวั่นชีวทำ ทางเราจะให้เธอชดใช้ให้คุณตามจำนวนเองครับ” ผู้จัดการยิ้มแหย
“ชดใช้? มันมีปัญหาชดใช้หรอ? แกรู้ไหมว่าเสื้อผ้าฉันชุดนี้ราคาเท่าไหร่? หนึ่งแสนเก้าหมื่น! หมี่น่าดีไซน์เนอร์จาก