หันมามองหลินเย่นด้วยสายตาเย็นชา: “คุณจะมาขับเอง?”
หลินเย่นเดือดทันที: “เจ้าขยะ กล้าตีฝีปากกับฉันหรอ! แกก็แค่ลูกเขยแต่งเข้าบ้านเมีย มาอยู่กินฟรี แกถือดีอะไรมาเถียงฉันหะ?”
“เชื่อไหม ฉันพูดแค่คำเดียว ก็ไล่แกออกจากตระกูลเสี้ยได้เลย!”
“โง่จริง” เฉินเฟิงด่าเสียงเย็นหนึ่งที เมื่อก่อนหลินเย่นอาจจะทำตัวกร่างจนเคยชิน คิดว่าใครเป็นคนรับใช้เธอไปซะหมด แต่เธอไม่มีสิทธิ์นี้ต่อหน้าเขา
พอเห็นเฉินเฟิงยังกล้าด่าเธอ หลินเย่นแทบกลั้นใจตาย พอเห็นแม่ทำท่าจะปรี๊ดอีกรอบ ถางรั่วเสวี่ยนอดขมวดคิ้วไม่ได้: “แม่คะ พูดน้อยๆลงหน่อย จะถือสาอะไรกับลูกเขยแบบนี้คะ?”
น้ำเสียงถางรั่วเสวี่ยนส่อแววดูถูกเฉินเฟิงอย่างเห็นได้ชัด ในสายตาเธอ ถ้าเป็นผู้ชายที่พอมีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง จะไม่มีทางยอมแต่งเข้าบ้านเมียแน่
มีแต่พวกไม่มีความสามารถ เกาะผู้หญิงกินไปวันๆถึงคิดจะแต่งเข้าบ้านเมีย
“ได้ แม่ฟังลูกนะ ไม่ถือสาหาความกับเจ้าขยะนี่แล้ว ถือสามันจะทำแม่เสียระดับหมด” หลินเย่นพูดถือหางให้ตัวเองอีกหน อารมณ์ถึงเริ่มเย็นลง
เฉินเฟิงส่ายหน้ายิ้มๆ ขี้เกียจถือสาหลินเย่น เขาเหยียบคันเร่งมุ่งไปโรงพยาบาลทันที
เห็นเฉินเฟิงจอดรถที่โรงพยาบาล หลินเย่นไม่พอใจอีก
“ไม่ใช่บอกจะไปที่บ้านหรอไง? แกขับมาโรงพยาบาลทำไม?”
“หลินหลันอยู่ที่โรงพยาบาล” เฉินเฟิงมองหลินเย่นเย็นชาก่อนหมุนตัวจากไป
“หลินหลันสั่งสอนเจ้าขยะนี่ยังไงนะ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย กล้าเรียกชื่อหลินหลัน