รถแค่คันเดียวเอง
เธอมองเฉินเฟิงอย่างลังเลก่อนก้าวขึ้นไปในรถ
ระหว่างทาง เขาก็ได้รู้ชื่อผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้กับลูกสาว
เธอชื่อหวางซูเจิน ส่วนลูกสาวชื่อหลินหวั่นชีว
หลินหวั่นชีวไม่เคยเจอหน้าพ่อตัวเองตั้งแต่เกิด สองแม่ลูกใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคนจนอายุได้สิบแปดปี
ฐานะทางบ้านก็ไม่ดีนัก แต่หลินหวั่นชีวเป็นเด็กดี สอบได้ที่หนึ่งสามปีติด ปีนี้สอบเอนท์ หลินหวั่นชีวก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยจงไห่ได้ด้วยคะแนนดีอันดับหนึ่งของเมือง
พอส่งสองแม่ลูกไปโรงพยาบาล ให้หมอตรวจร่างกาย สุดท้ายพบว่ากระดูกหน้าอกได้รับบาดเจ็บ ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
พอได้ยินว่าต้องค้างโรงพยาบาล หวางซูเจินรีบส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ ทั้งตัวเธอมีแค่สองพันเอง ถ้าเอาเงินสองพันนี่มาใช้ในการจ่ายค่าพักโรงพยาบาล งั้นเธอกับลูกสาวได้อดตายแน่
“คุณน้าหวาง ค่ารักษาพยาบาลน้าไม่ต้องกังวลนะ ผมจ่ายไปให้แล้ว” เฉินเฟิงยิ้ม สำหรับเขาแล้วเงินหมื่นสองหมื่นนี่จิ๊บจ๊อย
“ผู้มีพระคุณ จะทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคะ? น้ากับหวั่นชีวติดค้างคุณมากเหลือเกิน…” หวางซูเจินเริ่มทำตัวไม่ถูก
เฉินเฟิงยิ้มบางว่า: “ในเมื่อติดค้างเยอะแล้ว ติดเพิ่มค่ารักษาพยาบาลอีกนิดหน่อยเอง”
“ผู้มีพระคุณ ขอบคุณมาก ขอบคุณมากนะคะ” หวางซูเจินตื้นตันใจมาก ไม่รู้จะพูดอะไรดี
“คุณน้าหวาง ไม่ต้องขอบคุณหรอก น้าพักรักษาตัวให้ดีเถอะ นี่เบอร์มือถือผม หลายวันนี้ถ้ามีอะไรก็โทรหาผมนะ” เฉินเฟิงพูดพลางเขียนเบอร์