ฉินก็ไม่สามารถให้สีหน้าที่ดีกับพวกเขาได้
สองปีก่อน ตอนที่เฉินห้าวเทียนยังอยู่ ทุกคนในตระกูลเฉินยังสามารถยับยั้งชั่งใจ ต่อให้เกลียดซูจ้าวชิงและเฉินเฟิง ทุกคนในตระกูลเฉินก็จะไม่แสดงทีท่าออกมาอย่างชัดเจน
ทว่าสองปีผ่านไป หลังจากที่เฉินห้าวเทียนหายไปอย่างลึกลับ ทุกคนของตระกูลเฉินจึงเปลี่ยนสีหน้าเป็นอย่างอื่นทันที สีหน้าที่ทำต่อซูจ้าวชิงและเฉินเฟิงนั้นย่ำแย่มาก ไม่เพียงแต่ขัดขว้างการศึกษาและการศึกศิลปะการต่อสู้ แล้วยังไล่ซูจ้าวชิงและเฉินเฟิงไปยังที่ๆ คนใช้อยู่
และต้องทนกับคำพูดที่เย็นชา เฉินเฟิงอยู่ที่บ้านเฉินไปสิบห้าปี
ถ้าไม่ใช่เพราะสามปีก่อน ซูจ้าวชิงป่วยตาย เขาก็คงจะอยู่ในบ้านเฉินต่อ
ถึงแม้เฉินเฟิงจะบอกเล่าอย่างชิวๆ ทว่าเสี้ยเมิ่งเหยาฟังจบ กลับรู้สึกเจ็บปวดใจมาก เธอนึกไม่ถึงว่าเฉินเฟิงกลับต้องผ่านชีวิตที่มืดมนมากขนาดนี้
ในตระกูลใหญ่ที่สูงส่งอย่างตระกูลเฉิน การที่เป็นลูกเมียน้อยและเป็นแม่ที่ไม่มีฐานะอะไรจะถูกคำพูดเย็นชานินทา ไม่ต้องคิดก็รู้
ทว่าต่อให้เป็นแบบนี้ เฉินเฟิงก็ต้องอดทนต่อไป
เวลานี้ เสี้ยเมิ่งเหยาก็เข้าใจทันที ทำไมที่ผ่านมาเขาถึงไม่พูดถึงเรื่องของตระกูลเฉินให้เธอฟัง
เขาไม่ใช่ทายาทที่สืบทอดตระกูลเฉินอะไรทั้งนั้น การที่ได้เป็นทายาทสืบทอดตระกูลเฉิน สำหรับเขาแล้ว มันแค่แผนการร้ายของเขาเท่านั้น
“ทำไมเฉินเจิ้นหนานต้องให้คุณเป็นทายาทผู้สืบทอดของตระกูลเฉินล่ะ? ฐานะของคุณมีอะไรดี ทำไม