ะด่าออกไป แต่เมื่อมองไปยังแววตาที่เย็นยะเยือกนั้น เธอกลับเงียบไป น้ำเสียงของเธอโอนอ่อนลงมา “ฉันไม่ได้เถียง คุณเข้าใจผิดแล้ว”
“เข้าใจผิด?” หญิงสาวร่างสูงหัวเราะในลำคอ “ถ้าฉันเข้าใจผิดก็รีบบอกฉันมาว่า ลูกเมียน้อยนั่นอยู่ที่ไหน?”
“เฉินเฟิง คนที่คุณหนูของเราพูดถึงคือเฉินเฟิง” เวลานี้ ชายชราที่สวมชุดนักวรยุทธ์สีขาวพูดขึ้นเสียงเยบ เฉินอิงโรเกลียดเฉินเฟิงตั้งแต่เด็ก เธอเกลียดการเรียกชื่อเฉินเฟิงไปตรงๆ เธอชอบเรียกเฉินเฟิงว่าลูกเมียน้อย
หลินหลันนึกขึ้นได้ทันที “พวกคุณหมายถึงคนไร้ประโยชน์คนนั้น?”
“ตอนนี้เขาไม่อยู่บ้าน”
หลินหลันพูดอย่างอารมณ์ดี ผู้หญิงร่างสูงตรงหน้า แค่มองก็รู้แล้วว่ามาหาเรื่องเฉินเฟิง ศัตรูของศัตรู ก็คือเพื่อน
ท่าทีของหลินหลันเปลี่ยนไปทันทีเธอกลายเป็นสนิทสนมขึ้นมา แม้แต่ตอนที่มองดูเฉินอิงโร ก็รู้สึกสบายตามากขึ้น
“เขาจะกลับมาเมื่อไหร่?”
มุมปากของเฉินอิงโรยิ้มเย็นยะเยือก จากท่าทีของหลินหลันทำให้มองออกไม่ยากว่า ข่าวลือภายในตระกูลเฉินเป็นเรื่องจริง
เฉินเฟิงเป็นลูกเขยของตระกูลเสี้ยมาสามปี เขามีชีวิตที่ไม่ต่างกับหมูกับหมา ถูกคนตระกูลเสี้ยรังเกียจ โดยเฉพาะแม่ยายของเขาหลินหลัน
“ไม่รู้ค่ะ แต่ถ้าคุณต้องการละก็ ฉันโทรศัพท์ตามเขากลับมาตอนนี้เลยก็ได้” หลินหลันเลิกคิ้วแล้วพูดขึ้น ช่วงนี้เฉินเฟิงทำให้เธอขายหน้าไม่น้อย เมื่อหลายวันก่อนยังตบเธอด้วย ความแค้นนี้ เธออยากจะแก้แค้นมานานแล้ว วันนี