นำหมอกควันแห่งโลกหล้า มาหล่อหลอมกายทองแห่งจอมปราชญ์
เมื่อกายทองนี้หลอมสำเร็จ ร่างกายจะแข็งแกร่งดุจ“กฎแห่งจอมปราชญ์ ไม่แปรเปลี่ยนเป็นหมื่นปี”แม้ภายในนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่มีวิชาฝึกกายนับพัน วิชานี้ก็ยังสามารถติดสิบลำดับต้นได้อย่างภาคภูมิ
เมื่ออ่านถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ถึงกับอุทานในใจ
“แปรเปลี่ยนผู้คนทั้งหล้าให้กลายเป็นเสบียงบำเพ็ญ…นิกายศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงเป็นนิกายศักดิ์สิทธิ์จริงๆ…ทุกครั้งที่ข้าเผลอรู้สึกดี มันก็มักจะเปิดตาข้าเสียใหม่ทุกครั้ง…”
พูดกันตามตรง นับแต่พบกับหมิงฉาน อวิ๋นเมี่ยวเจิน และคนอื่น ๆ ลวี่หยางก็รู้สึกว่าทัศนคติที่มีต่อฝ่ายธรรมะนั้น ตกต่ำลงอย่างมหาศาล
แน่นอนว่านิกายกระบี่หยกสวรรค์และฝ่ายธรรมะโดยรวม ย่อมดีต่อพวกพ้องของตนเป็นอย่างยิ่ง ทุกด้านล้วนสอดคล้องกับสิ่งที่เรียกว่า “ธรรมะ”
แต่ทั้งหมดนั้น…ก็จำกัดอยู่แค่กับ“คนของตนเอง”เท่านั้น
แล้ว “คนของตน” คือใครกัน?
ฝ่ายธรรมะยึดถือเรื่องเหตุและผล,ชาติภพก่อนหน้าหากเจ้าเคยสะสมบุญกุศล ทำความดีในชาติก่อน นั่นก็แปลว่าเจ้าเป็น “พวกของเขา”เจ้าก็จะได้รับความเมตตา ได้รับโอกาสเข้าสู่ฝ่ายธรรมะ
ตรงกันข้าม หากเจ้าเคยทำชั่ว มีเวรกรรมติดตัวมา แม้ในชาตินี้เจ้าจะบริสุทธิ์ไร้มลทิน ก็ยังไม่มีทางเข้าสู่ฝ่ายธรรมะได้ยิ่งกว่านั้น เจ้าจะถูกฝ่ายธรรมะสังหารเสียด้วยเหตุผลอย่าง“เพื่อเจ้าจะได้ดี”, “เพื่อชำระกรรมเก่า”, “ชาติหน้าจะมีวาสนา”และนังบ้าอวิ๋นเมี่ยว