ทีผ่านไป ก็มีกระต่ายป่าสองตัวที่ถูกย่างจนมีหนังเป็นสีทองอันหอมกรุ่นปรากฏขึ้นต่อหน้าสี่พี่น้องตระกูลเฉิน
จ๊อกๆ
สี่พี่น้องตระกูลเฉินจึงกลืนน้ำลายพร้อมๆ กัน
ค่ายที่ตระกูลโห้ตั้งไว้ไม่มีใครที่ไม่กลืนน้ำลายเลย ทหารรับจ้างไม่น้อยต่างก็กำลังกลืนน้ำลาย แล้วแต่ละคนก็กวาดสายตามาที่เฉินเฟิง
จากนั้นเขาก็แกะเนื้อกระต่ายย่างออกจากไม้ที่เสียบไว้ เฉินเฟิงค่อยๆ ฉีกมัน แล้วเอาเนื้อกระต่ายที่อ่อนๆ นุ่มๆ ยื่นไปให้สี่พี่น้องตระกูลเฉิน
“ขอบคุณคุณชายเฉินมากๆ นะครับ! ”
เฉินจื๋อเหวินยังอยากจะทำตัวเกรงใจ ทว่าเฉินจื๋อโสงกลับยื่นรีบกัดเนื้อกระต่ายที่เฉินเฟิงยื่นให้
ตอนที่เนื้อกระต่ายเข้าปาก เฉินจื๋อโสงก็ขึงตาโตทันที สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความคาดคิดไม่ถึง
“เป็นยังไงบ้าง? ” เฉินจื๋อหลี่ถามขึ้นอย่างจริงจัง กระต่ายตัวนี้ที่เฉินเฟิงย่าง แค่ดูก็รู้แล้วว่าต้องอร่อย
เฉินจื๋อโสงไม่ได้เอ่ยพูดอะไร ทว่ากลับกัดแรงๆ อีกคำ สีหน้าเต็มไปด้วยการเศษสุข
เฉินจื๋อโสก็รีบรับเนื้อกระต่ายที่เฉินเฟิงยื่นมา หลังจากที่พูดคำว่าขอบคุณ เฉินจื๋อหลี่ก็กัดหนึ่งคำอย่างรีรอไม่ไหว หลังจากที่เนื้อกระต่ายเข้าปาก ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายแสงขึ้นมาทันที
“อร่อย อร่อยมากๆ! ชาตินี้ผมยังไม่เคยได้กินของอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย! ”
เฉินจื๋อหลี่กินเนื้อกระต่ายในปากด้วย แล้วก็พูดประจบประแจงขึ้นอย่างไม่ลังเลใจ
“เนื้อกระต่ายของคุณชายเฉิน เป็นอาหารที่ดีมากจริงๆ! ”