หนังหน้าของเฉินจื๋อเหวินไม่ได้หนาดเท่าเฉินจื๋อหลี ทว่านี่กลับออกจากส่วนลึกในใจของเขาจริงๆ
ฝีมือของเฉินเฟิง ไม่ได้แย่ไปกว่าเชฟที่อยู่ในร้านอาหารห้าดาวจริงๆ แม้กระทั่งยังสามารถชนะเชฟพวกนั้นได้
ไม่นาน เนื้อกระต่ายในมือของสี่พี่น้องพวกนั้นก็ถูกจัดการอย่างสะอาด หลังจากที่พวกเขากินจนหมด พวกเขาก็มองหน้ากัน แล้วต่างคนต่างก็พูดขึ้นด้วยความอึดอัดใจ
อร่อยมากๆ กินไม่อิ่มเลย
“ที่นี่ยังมีอีกตัว” เหมือนจะคาดหมายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าต้องเป็นแบบนี้ เฉินเฟิงจึงยิ้ม แล้วก็เอากระต่ายป่าที่ย่างเสร็จออก จากนั้นก็ยื่นไปตรงหน้าพวกเขาสี่คน
ทั้งสี่คนผายมือขึ้นทันที “คุณชายเฉิน ตัวนี้เก็บไว้ให้คุณ……”
เฉินเฟิงส่ายหัวแล้วพูดแทรก จากนั้นก็เหลือบตามองสัตว์ป่าในป่าผืนเล็กแห่งนี้ แล้วยิ้มพลางพูด “ที่นี่ยังมีมากขนาดนี้ ฉันย่างเองได้”
ครั้งล่าสุดที่เขาย่างกระต่ายป่า ก็คงต้องสามปีที่แล้วที่เขาถูกคนไล่ฆ่า วันนี้ไม่ง่ายเลยที่จะมีโอกาสแบบนี้ เฉินเฟิงก็ต้องย่างให้มันสะใจ
จากนั้นก็ผลักไปผลักมา สุดท้ายสี่พี่น้องก็รับกระต่ายย่างไว้ แล้วเริ่มหั่นออกมา
ทุกคนของตระกูลโห้ แค่มองอยู่ข้างๆ อย่างอึ้งทึ่ง
ถึงแม้พวกเขาจะแบกอาหารพวกที่เป็นเป็ดย่างแบบนี้มา ทว่ามันกลับเป็นอาหารต่างระดับกับที่เฉินเฟิงทำ
หวงเฟยห้าวดูหน้าเขียวขึ้นมาทันที สี่พี่น้องตระกูลเฉินย่างไม่เป็น ทว่าเฉินเฟิงกลับเป็น อีกอย่างท่าทางของเขาดูคุ้นเคยมาก ทำให้เห็นว่านี่ไม