ึงอยากจะได้บัวหิมะซินเจียงที่เป็นยาวิเศษที่ช่วยชุบชีวิตให้อยู่ต่อ
“อืม ได้ยินโห้หงเย้นบอก คุณท่านโห้หงชิวเป็นโรคร้าย เกรงว่าคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ไม่นาน ดังนั้นช่วงเวลานี้ มีลูกน้องของตระกูลโห้มากกว่าออกจากเกาะก๊าง และได้ออกจากไปตามหาหมอดังไปทั่วทุกที่ และตามหาสมุนไพรยาด้วย” เสิ่นหวงชังพูดขึ้น
เฉินเฟิงผงกหัวเล็กน้อย ไม่น่าล่ะลูกน้องของตระกูลโห้ถึงได้กระวนกระวายขนาดนี้ โห้หงชิวเป็นกิ่งก้านกิ่งสำคัญของตระกูลโห้ เขาคนเดียวก็มีทรัพย์สินอยู่ในมือประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นด์ แค่คำเดียวของเขา ก็สามารถตัดสินใจทายาทที่จะได้เป็นแกนนำของตระกูลโห้แล้ว
หลังจากที่วางสายลง เฉินเฟิงก็จับหว่างคิ้วของตัวเอง แค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันท้าทายเขาเล็กน้อย
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ตระกูลโห้ต้องเอาบัวหิมะซินเจียงให้ได้ เพราะว่าสำคัญมากๆ
กลับไม่ใช่เพราะว่าเฉินเฟิงกลัวตระกูลโห้ ทว่าเฉินเฟิงกำลังครุ่นคิด นี่มันคุ้มค่าไหม
ไหนๆ ตระกูลโห้ไม่ได้เหมือนตระกูลเติ้งตระกูลซูนที่เป็นตระกูลเล็กๆ แบบนี้ ตระกูลโห้ก็ถือว่าเป็นตระกูลต้นๆ อย่างแท้จริง
ถ้ามองไปทั่วหวาเซี่ย ตระกูลโห้ก็ถือว่าเป็นติดอันดับที่สามสิบ
ตระกูลมีทรัพย์สินห้าหกแสนล้าน อีกอย่างยังมีปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้สองท่านคอยนั่งอยู่
ในเกาะก๊าง เขาได้ทำศัตรูที่มีอำนาจเก่งกาจกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว
เฉินเฟิงส่ายหัว แล้วในสมองก็เกิดความคิดซับซ้อนขึ้นมา จากนั้นก็ล้มตัวลงไปนอน ถ้