!” หวงเฟยห้าวเย็นชาไร้ความรู้สึกอย่างมาก
“นาย……นายคนทรยศ ถ้าไม่ใช่ตอนนั้นอาจารย์เก็บนายมา นายคงอดตายข้างถนนไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้นายยังพูดแบบนี้อีก ไม่กลัวสวรรค์จะฟ้าผ่าใส่รึไง!” เฉินจื๋อเหวินโกรธจนสั่นเทาไปทั้งตัว ชี้หน้าด่าหวงเฟยห้าว
หวงเฟยห้าวเบ้ปาก ทำหน้าไม่สนใจไยดี
“เอาล่ะ เฉินจื๋อเหวิน อย่ามาพูดเหลวไหล เห็นแก่ที่นายเป็นศิษย์น้องสำนักเดียวกับฉันมานาน ฉันจะบอกนายอย่างสัตย์จริง อีกสามวัน อย่าปรากฏตัวที่ยู่ฉวนซาน คุณโห้จองบัวหิมะซินเจียงเอาไว้แล้ว นั่นไม่ใช่ของที่นายสามารถมีส่วนแบ่งได้” หวงเฟยห้าวสีหน้าเย็นชา
“แน่นอน ถ้านายไม่ยอม อยากจะปะทะกับตระกูลโห้ นั้นศิษย์พี่ก็ไม่ขวางนาย”
“แต่ศิษย์พี่แนะนำนายว่าดีที่สุดเตรียมโลงศพสี่โลงไว้ล่วงหน้า” หวงเฟยห้าวหัวเราะเยาะ หลังพูดจบ ก็หมุนตัวออกไปอย่างไม่หันหน้า
แต่เขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ด้านหลังกลับมีเสียงที่เฉื่อยเนือยลอยมา “ต่อยคนของฉัน นายอยากจะไปแบบนี้?”
หวงเฟยห้าวหยุดชะงักฝีเท้า หันหน้ามืดครึ้มกลับมา เห็นคนหนุ่มที่ยี่สิบห้ายี่สิบหกปีคนหนึ่งส่งเสียงขึ้น
เฉินเฟิงในเวลานี้ยืนตรงเอามือไพล่หลังไว้ สีหน้าไร้ความรู้สึก
“นายกำลังพูดกับฉัน?” หวงเฟยห้าวเอ่ยปากอย่างเย็นยะเยือก เมื่อสักครู่ตอนที่เฉินเฟิงปรากฏตัว เขามองเห็นเฉินเฟิงแล้ว แต่ว่าตอนนั้นเขาไม่สนใจ รู้สึกว่าเฉินเฟิงก็คือลูกน้องของกู้ตงเชิน
แต่ตอนนี้ดูแล้ว เมื่อสักครู่เขาถูกตบตาแล้ว
เฉินเฟิงท