สำหรับลวี่หยางแล้ว ครั้งนี้คือประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
เขากำลัง “ทะยานสูงขึ้น”
ในขอบเขตอันลี้ลับซับซ้อนแห่งหนึ่ง ตำแหน่งของเขากำลังปีนป่ายขึ้นสู่ “ที่สูง” อย่างต่อเนื่อง สรรพสิ่งในโลกิยะสำหรับเขาแล้วยิ่งมายิ่งเล็กกระจ้อยร่อย
นี่ก็คือทัศนวิสัยของเจินเหรินระดับวางรากฐานรึ?
นี่คือ… การเหินสู่สวรรค์รึ!?
ลวี่หยางพลันเกิดความเข้าใจ จึงไม่แปลกที่เจินเหรินขั้นวางรากฐานส่วนใหญ่มักดุจมังกรลึกลับ เห็นหัวไม่เห็นหาง พ้นเหนือโลกีย์ บางที “ความสูง” เช่นนี้เองคือเหตุผลหนึ่ง
เขายังหวนคิดถึงการประลองกับอวิ๋นเมี่ยวเจิน ก่อนหน้านั้นนางได้เผยเคล็ดแสงทองคำไท่อี่ออกมา มหาวิชาเทพนั้นให้ความรู้สึกคล้ายกับยามนี้ เพียงแต่ยังไม่สูงถึงเพียงนี้ บัดนี้ครั้นย้อนนึกจึงเข้าใจว่า…มหาวิชาเทพก็คือการจำลองวางรากฐานอย่างหนึ่ง
มิน่าเล่าล้วนกล่าวว่าหลอมสำเร็จมหาวิชาเทพ สามารถที่จะเพิ่มอัตราความสำเร็จในการวางรากฐานได้
ดุจดั่ง “เริ่มต้นปีนเขาจากตีนผา” กับ “เริ่มต้นปีนเขาจากกลางเขา” จุดเริ่มต่างกัน ความยากลำบากย่อมแตกต่างโดยสิ้นเชิง
เพียงชั่วพริบตา จิตเทวะของลวี่หยางก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ในทันใดนั้น เขาก็ราวกับตกลงสู่ดินแดนแห่งหนึ่งที่มืดมิดจนยื่นมือออกไปก็มองไม่เห็นนิ้ว ดูเหมือนจะครอบคลุมสรรพสิ่ง ทว่ากลับว่างเปล่าเงียบสงัด จิตรับรู้ยากที่จะแผ่ขยายออกไป
ทว่าไม่นาน ภาพเบื้องหน้าก็แปรเปลี่ยน
“เดรัจฉาน! เจ้าพวกเดรัจฉาน!”
พ