ร้อมเสียงก้องด้วยโทสะ แสงรุ้งพลันระเบิดกว้างออก แต่โดยรอบกลับถูกม่านไอทมิฬตัดขาด ขังตรึงสี่ทิศ
ไม่ว่าจะเป็นแสงรุ้งหรือไอทมิฬ ล้วนหนาหนักประหนึ่งภูผา ทว่าดูจากสภาพแล้ว เห็นได้ชัดว่าแสงรุ้งถูกไอทมิฬตรึงแน่นไว้ ณ ที่เดิม ยิ่งเวลาผ่านไป ก็ยิ่งถูกกัดกินมากขึ้น เสียงโทสะที่เคยก้องกังวานพลันโรยแรงลงทุกที
นี่คือ…ศึกวางรากฐานอย่างนั้นหรือ?
ลวี่หยางฉงนปนตื่นตระหนก เขารู้ชัดว่าตนเพียงอาศัยแรงลมตามอิ๋นซานเจินเหริน ไม่อาจมองเห็นการต่อสู้ที่แท้จริงระหว่างเหล่าเจินเหรินได้
ทว่าด้วยประสบการณ์จากหลายชาติภพ เขาก็ยังคงสรุปความออกมาได้
แสงรุ้งนั้นเกรงว่าคือเจินเหรินของสำนักเสินอู่…ข้าเข้าใจแล้ว! นี่คืออีกกลอุบายหนึ่ง! เพียงแต่เหยื่อล่อในครั้งนี้คือเขาหัวกะโหลกทั้งลูก!’
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็พลันรู้สึกกระจ่างแจ้ง
เพราะทุกสิ่งเบื้องหน้า คลี่คลายความสงสัยที่เขาไม่อาจเข้าใจมาโดยตลอด
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า อิ๋นซานเจินเหรินล่อเหยื่อที่เขาหัวกะโหลก ก็เพื่อช่วงชิงแดนลับอสูรวิญญาณ และจากถ้อยคำของเขา ดูท่าจะเกี่ยวพันถึงการบำเพ็ญเพียรของตนเอง
หากแต่ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่เขาหัวกะโหลกกลับมีเพียงอิ๋นซานเจินเหรินเพียงผู้เดียวที่เป็นผู้วางรากฐาน
แล้วเจินเหรินของสำนักเสินอู่เล่า?
แรกเริ่ม ลวี่หยางเข้าใจว่าอิ๋นซานเจินเหรินมีฝีมือสูงส่ง อาจปกปิดเจินเหรินของสำนักเสินอู่ได้เพื่อวางแผนการได้ ทว่าบัดนี้กลับมิใช่เช่นนั้น
ตรงกันข้