็รู้ตัวกันมาก ไม่ได้ถามเรื่องของเย่ไห่ถัง
“อาเหาล่ะ?” เฉินเฟิงถาม ในปัจจุบันนี้ยังจับโจรป่าเถื่อนนอกเขตเหล่านั้นไม่ได้ ได้แต่ให้อาเหาพาคนแอบคุ้มครองเสี้ยเมิ่งเหยาไว้
“อาเหาอยู่ที่คลับเจวาย” กู้ตงเชินตอบ
“ให้เขาพาคนแอบไปคุ้มครองเมิ่งเหยา”
“ครับ คุณชายเฉิน ผมจะโทรศัพท์หาเขา” กู้ตงเชินพยักหน้า
“หานหลง ครั้งก่อนให้คนของนายจ้องหวังเมิ่งหลงไว้ หวังเมิ่งหลงล่ะ?” เฉินเฟิงย้ายสายตาไปทางหานหลงอีกที เดิมทีตอนที่จัดการซุนกุ้ยฟาง เขาก็ให้คนของหานหลงจ้องหวังเมิ่งหลงเอาไว้แต่แรก
“คุณชายเฉินครับ ลูกน้องที่ผมส่งไปจ้องหวังเมิ่งหลงเหล่านั้น ล้วนไม่เห็นแล้วครับ” หานหลงอึดอัดอยู่บ้าง ไม่ง่ายที่เฉินเฟิงจะมอบหมายภารกิจให้เขา ผลลัพธ์เขายังทำพังแล้ว ประเด็นคืออีกฝ่ายเป็นแค่นักพนันกระจอก
“ไม่ใช่ไม่เห็นแล้ว” เฉินเฟิงส่ายๆ หน้า “พวกเขาน่าจะโดนคนฆ่าแล้ว”
“ฆ่าแล้ว?” หานหลงตกอกตกใจ “คุณชายเฉินครับ เป็นไปไม่ได้ ที่นี่คือเมืองชางโจว มีสักกี่คนกันที่กล้าฆ่าคนของผม? ถึงแม้ว่าอยากฆ่า ก่อนจะฆ่า พวกเขาน่าจะบอกกล่าวกันชนก่อน”
กฎเกณฑ์บนหลัก ถ้าลูกน้องของอีกฝ่ายทำเรื่องผิดโดนจับไว้ ไม่ว่าจะฆ่าหรือขูดรีด ล้วนต้องบอกกล่าวลูกพี่อีกฝ่ายก่อน
“คนที่ฆ่าพวกเขาไม่ใช่คนของชางโจว” เฉินเฟิงพูดนิ่งๆ จากนั้นเขานำข่าวของเย่ไห่ถังมาเล่าครั้งหนึ่ง
หลังเล่าจนจบ หานหลงตวาดออกมาอย่างโมโห “แม่งเอ๊ย พวกพันธุ์ผสมนอกเขตวิ่งมาอาละวาดถึงชางโจวเลยเ