กระทั่งยังมีความหมายที่หยอกล้อ สายตาที่มองพวกเขาราวกับแมวมองหนูอยู่
เฉินเฟิงไม่ธรรมดา!
ในสมองของชายวัยรุ่นผมทองก็ผุดความคิดนี้ขึ้นโดยจิตใต้สำนึก
“พี่ต้วน พี่กับเจ้าหมอนี้พูดไร้สาระอะไรกัน ตีขาสองข้างของเขาให้ขาดทันที เขาก็ไม่คุกเข่าลงให้พี่แล้วเหรอ” ชายวัยรุ่นผมสกินเฮดพ่นลูกไฟ ช่างประมาทเหลือเกิน
“หวางควน เจ้าหมอนี้เป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์” ชายวัยรุ่นผมทองเอ่ยปากเสียงทุ้ม
อยู่ตรงหน้าเฉินเฟิง เขายังไม่มีแม้แต่โอกาสออกหมัด ก็ถูกเฉินเฟิงยกขึ้นมาอย่างกับลูกเจี๊ยบ ถ้าไม่ใช่เฉินเฟิงออมมือ เขาคงกลายมาเป็นศพตั้งนานแล้ว
“ผู้ฝึกวิทยายุทธ์?” หวางควนสีหน้าเหยียดหยาม
“อยากถุย!” เขาพ่นน้ำลายออก เอ่ยปากอวดดี “คนที่ฉันตีคือผู้ฝึกวิทยายุทธ์!”
พอโยนบุหรี่ในมือลงที่พื้นอย่างแรง หวางควนก็เดินไปถึงตรงหน้าเฉินเฟิง ชูสามนิ้วขึ้นทางเฉินเฟิง
“ไอ้กระจอก สามที!”
“หลังสามที ถ้าฉันจัดการแกไม่ได้ วันนี้ฉันจะคุกเข่าลงให้แกยอมเป็นหลาน!”
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว “ฝันไปเถอะ!”
คนที่อยากให้เขาเป็นหลานมากมายไป ชายวัยรุ่นผมสกินเฮดคนนี้ ถือว่าเป็นสิ่งอะไรกัน
“นายอยากตาย!” หวางควนโมโหจนอับอายอยู่บ้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอคนบ้าอย่างเฉินเฟิง
แต่เขาไม่ได้ลงมือในวินาทีแรก ทว่ากลับถอดเสื้อแจ็คเก็ตบนตัวออก เขาจำเป็นต้องใช้กำลังทั้งหมด
โดยเฉพาะเขาพึ่งคุยโวโอ้อวด บอกจะจัดการเฉินเฟิงภายในสามที ถ้าภายในสามทีจัดการไม่ได้ อย่างนั้นเขาก็ตบหน้