หน้า ง่ายดายก็ทะลวงถึงขั้นรวมลมปราณสมบูรณ์ เพียงอีกก้าวเดียวก็ถึงวางรากฐาน
ทว่าบัดนี้ เขากลับมีแต่ความหวาดกลัว
บุญกุศลสามชาติภพและพลังโชคชะตาอันท่วมท้นที่เคยราบรื่นไร้พ่ายในยามปกติ ในวินาทีนี้ราวกับสูญสิ้นประสิทธิผลไปทั้งหมด ได้แต่ส่งสัญญาณเตือนภัยให้เขาอย่างบ้าคลั่งในความมืดมน
อันตราย! ต้องตายแน่! รีบหนี!
หมิงฉานหนีไปหนีมา แต่กลับค่อยๆ หยุดฝีเท้า ศีรษะล้านเปียกโชกด้วยเหงื่อ มองรอบกาย ก็พบว่ายังเป็นทิวทัศน์เดียวกับตอนเริ่มแรก
ที่นี่คือที่ใดกัน?
เมื่อครู่เราหนีจริงหรือ?
“ข้า…”
พร้อมกับความสงสัย แสงพุทธในดวงตาของหมิงฉานก็ค่อยๆมอดดับ กลับ “บังเอิญ” ธาตุไฟเข้าแทรก ร่างกายที่บ่มเพียรมาหลายสิบปีก็สิ้นลมหายใจไปเช่นนั้น
เขาตายแล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบ เจินเหรินระดับวางรากฐานยังมิได้ปรากฏตัว เพียงสั่นสะเทือนเล็กน้อยบนใยเหตุและผล เขาก็พลันสิ้นชีพไปอย่างกะทันหันตามครรลองที่ควรจะเป็น
ในเวลาเดียวกัน ภายนอกตลาดเขาหัวกะโหลก
อวิ๋นจือชิวกับโอวหยางเฟิงก็เหงื่อแตกพลั่กไม่ต่างกัน พวกเขาไม่ได้หนี ไม่ใช่ว่าช้ากว่าหมิงฉาน หากแต่รู้แจ้งดีแล้วว่าหนีไปก็เปล่าประโยชน์
ต่อหน้าเจินเหรินระดับวางรากฐาน ยังจะปล่อยให้เจ้าหนีได้หรือ?
ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระย่อมไร้ความรู้
โดยเฉพาะอวิ๋นจือชิว ขณะที่ลวี่หยางทะลวงผ่าน เขาเพียงรู้สึกว่าแท่นวิญญาณที่ถูกฝุ่นหมอกปกคลุมพลันใสแจ่ม กระทั่งความหวาดกลัวก็พลันถาโถมขึ้นมารุนแรง
เรากำลังทำส