ยรอยยิ้ม
พูดจบหันไปมองเฉินเฟิงอย่างรังเกียจ แล้วด่า:“เศษขยะ แกระวังปากเน่าๆของตัวเองให้ดีหน่อย อย่าพูดจาไร้สาระ”
ไม่เข้าใจแต่แสร้งเป็นเข้าใจ ที่พูดนี้หมายถึงเฉินเฟิง,เห็นๆอยู่ว่าเป็นพวกมือสมัครเล่น ยังจะกล้าโอ้อวดต่อหน้าคนอื่น
จางหงยิ้มอย่างดูถูก:“เฉินเฟิง เราล้วนเป็นลูกผู้ชายเหมือนกัน สิ่งที่คุณคิดผมเข้าใจ คุณต้องการพิสูจน์ให้ภรรยาเห็น ว่าคุณไม่ได้ไร้ประโยชน์ขนาดนั้น ผมเข้าใจ แต่คุณไม่ควรเอาชื่อเสียงของยู่ฉวนซานมาเป็นเครื่องมือ”
“ดีที่วันนี้ผมเป็นคนต้อนรับพวกคุณ หากเป็นผู้จัดการฝ่ายขายคนอื่นของยู่ฉวนซาน ได้ยินสิ่งที่คุณพูดว่าบ้านผ่านการปรับปรุงมาก่อน หลังจากนี้พวกคุณคงไม่อาจซื้อบ้านในยู่ฉวนซานได้อีก ถึงจะเป็นตระกูลเสี้ย ก็ติดแบล็คลิสของยู่ฉวนซานได้”จางหงพูดอย่างเย่อหยิ่ง และเสียงสูง
เขาคิดว่าเฉินเฟิงคงอยากมีตัวตนสำหรับเสี้ยเมิ่งเหยาและคนในครอบครัว ยังไงเฉินเฟิงก็เป็นคนในตระกูลเสี้ยคนหนึ่ง ซื้อบ้านเรื่องใหญ่แบบนี้ เขาออกความเห็นไม่ได้สักคำคงรู้สึกไม่ยุติธรรม
“ติดแบล็คลิส?”
เฉินเฟิงยิ้มเบาๆ:“คำพูดของผู้จัดการจางพวกนี้ เป็นการแสดงจุดยืนของยู่ฉวนซานงั้นเหรอ?”
“ทำไม มีปัญหาอะไร?”จางหงยังคงเย่อหยิ่ง
เฉินเฟิงส่ายหน้า พูดอย่างเย้ยหยัน:“เอาบ้านที่ผ่านการปรับปรุงมาขายให้ลูกค้า แล้วยังจะให้ลูกค้าติดแบล็คลิสอีก ยู่ฉวนซานทำธุรกิจได้แบบ……จุ๊ๆ”
“เฉินเฟิง มากเกินไปแล้ว!”จางหงหน้าเย็นชา:“คุณพูดว่า