าณมากคนหนึ่ง ความคิดเรื่องวงศ์ตระกูล มันฝังแน่นอยู่ในสายเลือดเขามานานแล้ว สำหรับเขาความสัมพันธ์ระหว่างเสี้ยเมิ่งเหยากับตระกูลเสี้ย มันเหมือนหน้ามือกับหลังมือ ล้วนมีเลือดเนื้อ จะตัดชิ้นไหนไปก็เจ็บด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าเฉินเฟิงจะแยกตระกูลเสี้ย งั้นเขาคงต้องเป็นกลาง ไม่เบนไปฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่ง เฉินเฟิงถอนหายใจออกมา เสี้ยเว่ยกั๋วไม่รู้เลยว่าเรื่องตอนนี้มันร้ายแรงแค่ไหน เขาคิดว่าเสี้ยห้าวแค่ไม่รู้จักโต เห็นแก่ตัว และทำร้ายพ่อน้องด้วยกัน
แต่ความเป็นจริงนั้น สำหรับเสี้ยห้าวแล้ว พี่น้องนั้นเขาไม่เห็นว่ามันสำคัญอะไร
แม้แต่เสี้ยหยุนเสิ้งตอนนี้เสี้ยห้าวก็กล้าจัดการ เขาทำให้เสี้ยหยุนเสิ้งกลายเป็นผัก ไหนจะลุงอย่างเสี้ยเว่ยกั๋ว ที่โดนเสี้ยห้าวขายให้ตระกูลเย่ ถ้าเขาไม่ยื่นมือออกไปช่วยละก็ เกรงว่าชีวิตของเสี้ยเว่ยกั๋วคงไม่หลงเหลือแล้ว
ดังนั้นเสี้ยห้าวในตอนนี้ราวกับเป็นคนบ้า เฉินเฟิงไม่วางใจให้เสี้ยเมิ่งเหยา ใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกันกับสัตว์เดรัจฉานแบบเขา
“คุณเสี้ย ไม่มีประโยชน์หรอก คุณพูดเสียเวลาเปล่า ตอนนี้เขามีอำนาจแล้วนี่ เขาไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาหรอก”หลินหลันพูดเหน็บแนมอีกครั้ง พอเสี้ยเว่ยกั๋วกลับมาเธอก็มีคนหนุนหลังทันที เธอพูดใส่อารมณ์กับเฉินเฟิงอย่างไม่สนใจอะไร
“หลันหลัน!พูดอะไรหน่ะ?”เสี้ยเว่ยกั๋วจ้องหลินหลันด้วยความโมโหเล็กน้อย ตั้งแต่เขาเข้ามาในบ้าน หลินหลันก็พูดเย้ยหยันเฉินเฟิงตลอด ที่สำคัญคื